เมื่อวันที่ 17 ก.พ. น.ส.มุก (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว นำหลักฐานคลิปจากกล้องวงจรปิด เข้าขอความช่วยเหลือจาก ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” เพื่อให้ช่วยติดตามคดี หลังอ้างว่าถูกทหารยศเรืออากาศเอก สังกัดกองบิน 3 ซึ่งรู้จักกันผ่านโซเชียลมีเดีย กระทำอนาจารและคุกคามทางเพศภายในลิฟต์คอนโดแห่งหนึ่ง ย่านสนามบินน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยได้เข้าแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.รัตนาธิเบศร์

น.ส.มุก เปิดเผยว่า รู้จักกับทหารรายดังกล่าวผ่านโซเชียลช่วงกลางเดือนธันวาคม 2568 โดยอีกฝ่ายมักเข้ามาตอบสตอรี่ในอินสตาแกรมอย่างสม่ำเสมอ จนมีการพูดคุยใกล้ชิดกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื้อหาการสนทนาส่วนใหญ่เป็นเรื่องทางเพศ และพยายามจะมาหาที่คอนโดอยู่ตลอด โดยยอมรับว่าในช่วงแรกคุยกันดีและเคยมีเพศสัมพันธ์กันมาก่อน

ต่อมาในวันที่ 3 มกราคม 2569 พฤติกรรมของอีกฝ่ายรุนแรงขึ้นในลักษณะคุกคามทางเพศ โดยมีการวิดีโอคอลและแสดงอวัยวะเพศจนสำเร็จความใคร่ ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกโกรธและไม่สบายใจ จึงพยายามตีตัวออกห่าง

กระทั่งวันที่ 6 มกราคม 2569 อีกฝ่ายเดินทางมาที่คอนโด โดยเข้าใจว่าผู้เสียหายจะยินยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่ผู้เสียหายยืนยันว่าให้ขึ้นไปเพียงเพื่อพูดคุยและยุติความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ระหว่างอยู่ในลิฟต์ อีกฝ่ายได้ลวนลาม จับก้น และลูบศีรษะ โดยจากภาพกล้องวงจรปิดปรากฏชัดว่าผู้เสียหายขัดขืนตลอดเวลา

เมื่อขึ้นไปถึงห้อง อีกฝ่ายยังพยายามฝืนใจจะมีเพศสัมพันธ์ ผู้เสียหายปฏิเสธและขัดขืนตลอด ก่อนที่อีกฝ่ายจะหยิบโทรศัพท์มือถือมาถ่ายคลิป ขณะผู้เสียหายอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบนระหว่างทำกิจวัตรภายในห้อง ซึ่งภายหลังอีกฝ่ายยอมรับว่าถ่ายจริง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายเกิดความเครียดอย่างหนัก มีอาการแพนิค คิดมาก และนอนไม่หลับ

น.ส.มุก กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุ อีกฝ่ายไม่ขอโทษและไม่ติดต่อกลับมาอีก ทำให้ตนตัดสินใจเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ในข้อหากระทำอนาจารและคุกคามทางเพศ รวมถึงได้ร้องเรียนด้านวินัยไปยังต้นสังกัดของทหารรายดังกล่าว พร้อมแสดงความกังวลว่าคดีอาจเงียบ จึงนำเรื่องมาร้องเรียนต่อดร.แก้วเพื่อช่วยติดตามเร่งรัดสำนวนไปยังอัยการ ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ยอมความ และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดทั้งคดีอาญาและคดีวินัย พร้อมเรียกร้องให้ต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยโดยเร็ว

ด้านดร.แก้ว เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว และได้ประสานไปยังพนักงานสอบสวน ซึ่งขณะนี้ได้สอบปากคำทั้งสองฝ่ายเรียบร้อย ตนจะช่วยเร่งให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนไปยังอัยการโดยเร็ว เนื่องจากผู้เสียหายมีความกังวลด้านสภาพจิตใจ พร้อมเชื่อว่าเป็นคดีที่ข้อเท็จจริงชัดเจน ผู้เสียหายจะได้รับความเป็นธรรม และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกระบวนการโดยไม่ล่าช้า