จากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เมื่อกลางดึกวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งพรากชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 27 ราย และสร้างความสะเทือนใจให้แก่สังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง คำถามสำคัญที่ตามมาคือ “ทำไมไฟถึงลุกลามรวดเร็วและรุนแรงจนหนีไม่ทัน?”
หากเราลองดูดีๆ จะพบกับสองปรากฏการณ์ของไฟไหม้ในที่ปิดทึบ นั่นคือ Flashover (ไฟลุกท่วมฉับพลัน) และ Backdraft (ไฟระเบิดย้อนกลับ) ซึ่งเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ซ่อนตัวอยู่ในกองเพลิง วันนี้เราจะมาเจาะลึกพฤติกรรมของไฟนรกนี้ในแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณและครอบครัวรู้เท่าทันและรอดชีวิตหากเผชิญสถานการณ์จริง
Flashover นาทีวิกฤติ “ไฟลุกท่วมฉับพลัน”
Flashover คือช่วงเวลาที่ไฟเปลี่ยนสถานะจากการไหม้เฉพาะจุด ไปเป็นการลุกไหม้ทั่วทั้งห้องอย่างรวดเร็วในพริบตา
กลไกการเกิด
เมื่อไฟเริ่มติดในห้องปิด ควันร้อนและก๊าซพิษจะลอยไปสะสมอยู่ใต้เพดานจนหนาแน่น เมื่ออุณหภูมิสะสมสูงถึงจุดวิกฤติประมาณ 500-600 องศาเซลเซียส เพดานจะแผ่รังสีความร้อนมหาศาลลงมาด้านล่าง ส่งผลให้สิ่งของทุกชิ้นในห้อง (เช่น โซฟา ผ้าม่าน โต๊ะเก้าอี้) ร้อนจัดจนคายก๊าซไวไฟออกมา และเมื่อถึงจุดติดไฟได้ด้วยตัวเอง วัตถุทุกอย่างในห้องจะลุกไหม้พร้อมกันทันที โดยเงื่อนไขคือในห้องนั้นต้องยังมีออกซิเจนเพียงพอ
สัญญาณเตือนภัย
-กลุ่มควันดำหนาแน่นบนเพดานเริ่มลอยต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนเกือบถึงพื้น
-เกิดปรากฏการณ์ “Rollover” หรือเริ่มเห็นเปลวไฟวิ่งเป็นริ้วงูเลื้อยอยู่ใต้กลุ่มควันบนเพดาน
Backdraft มฤตยูเงียบ “ไฟระเบิดย้อนกลับ”
Backdraft หรือที่เรียกว่า “การระเบิดของควัน” เป็นภัยเงียบที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้ที่พยายามเปิดประตูเข้าไปช่วยผู้ประสบภัยหรือเจ้าหน้าที่ดับเพลิง
กลไกการเกิด
ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในห้องที่ปิดสนิท ไฟไหม้ต่อเนื่องจนออกซิเจนเกือบจะหมดไป แต่ในห้องยังมีความร้อนสูงจัดสะสมอยู่และเต็มไปด้วยก๊าซที่ไหม้ไม่สมบูรณ์อัดแน่นจนแรงดันสูง เมื่อมีใครไปเปิดประตูหรือทุบหน้าต่าง อากาศภายนอกที่มีออกซิเจนจะถูกดูดเข้าไปผสมกับก๊าซร้อนในห้องอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ส่วนผสมได้ที่ มันจะจุดระเบิดและพุ่งสวนกลับออกมาทางประตูหรือหน้าต่างบานนั้นทันที
สัญญาณเตือนภัย
-มีควันพวยพุ่งและพยายามดึงตัวกลับเข้าไปตามช่องว่างของประตู (อาการควันคล้ายหายใจเข้า-ออก)
-กระจกหน้าต่างร้อนจัดจนขึ้นฝ้าเขม่าดำหนาแน่นจนมองไม่เห็นด้านใน
-ผนังห้องหรือบานประตูมีความร้อนสูงมากเมื่อแตะต้อง
สรุปความต่างง่าย ๆ Flashover VS Backdraft
Flashover คือ “รอแค่ความร้อนได้ที่”
เกิดขึ้นเพราะความร้อนสะสมในห้องสูงเกินไปจนทุกอย่างลุกติดไฟพร้อมกัน โดยในห้องยังมีออกซิเจนอยู่ ผลลัพธ์คือไฟลุกท่วมทั้งห้องในทันที
Backdraft คือ “รอแค่ออกซิเจนเข้าไปเติม”
เกิดขึ้นเพราะในห้องร้อนจัดแต่ขาดอากาศหายใจ ทันทีที่เปิดประตูเติมอากาศเข้าไป มันจะระเบิดพุ่งสวนออกมาอย่างรุนแรงทันที
(นอกจากนี้ยังมีปรากฏการณ์เสริมอย่าง Rollover หรือเปลวไฟลามเพดาน และ Flameover ซึ่งเป็นเปลวไฟวิ่งไปตามผนังส่วนบน เป็นสัญญาณเตือนขั้นสุดท้ายก่อนที่ห้องจะกลายเป็นเตาเผา)
วิธีเอาตัวรอดจากมฤตยูนี้!
ก่อนเปิดประตูในอาคารที่ไฟไหม้ “ต้องใช้หลังมือแตะบานประตูและลูกบิดก่อนเสมอ” หากร้อนจัด ห้ามเปิดเด็ดขาด เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนว่ามีไฟนรกหรือแรงดันของ Backdraft รอระเบิดใส่หน้าคุณอยู่..



