บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT ทำโครงการ “ทำนาลดคาร์บอน ยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต” ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐชุมชน มุ่งสู่เกษตรคาร์บอน โดยการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ตรวจสอบการบริหารจัดการน้ำตามแนวทาง Alternate Wetting and Drying (AWD) พร้อมบันทึกข้อมูลผ่านเทคโนโลยีติดตามภาคสนาม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์การประเมินคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ ในพื้นที่ตำบลวัดยม อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เผยว่า ก่อนจะหว่านเมล็ดพันธุ์ลงแปลงนา ทีมงาน DMT เริ่มจากการหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลพื้นที่ ทั้งตัวแทนสำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานเกษตรอำเภอบางปะอิน และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับบริษัท เนทซีโรคาร์บอน จำกัด และเกษตรกรต้นแบบ เพื่อร่วมกันวางแผน รับฟังความคิดเห็น และกำหนดแนวทางดำเนินโครงการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริง เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ก่อนเริ่มฤดูกาลเพาะปลูกอย่างเป็นทางการ
พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนผู้บริหาร และพนักงานจิตอาสา DMT ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเกษตรกร ช่วยกันหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมปทุมธานี 1ช้เวลาปลูกข้าวจนได้ผลผลิตในระยะเวลา 4 เดือน

พื้นที่ทำนาเปียกสลับแห้ง ใช้พื้นขนาด 20 ไร่ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเปลือกได้ 11.60 ตัน และหลังผ่านกระบวนการแปรรูป ได้ข้าวสารรวมประมาณ 5.9 ตัน ซึ่ง DMT นำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวสารภายใต้ชื่อ “ข้าว Green Way” พร้อมบรรจุในรูปแบบบรรจุภัณฑ์สูญญากาศ เพื่อช่วยรักษาคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษา ก่อนนำไปต่อยอดใช้ในกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของเกษตรกร


นอกจากนี้โครกงาร การรวบรวมฟางเข้าสู่กระบวนการหมัก แทนการเผาตอซังและฟางข้าว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และเตรียมความพร้อมสำหรับการเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป

ดร.ศักดา กล่าวว่า สำหรับผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของโครงการ โดยการบริหารจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) แตกต่างจากทำนาในรูปแบบเดิมที่ปล่อยให้น้ำขังตลอดฤดูกาลผลิต โดยปล่อยน้ำออกจากแปลงนา 2 รอบ ช่วยลดการใช้น้ำ ลดการใช้น้ำมันจากการสูบน้ำเข้านา และทำเป็นนาแปลงใหญ่ทำให้การใช้น้ำประหยัดขึ้นเพราะพื้นนาราบเรียบเสมอ ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี จนสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ย 0.35-0.55 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อไร่ และเมื่อรวมกับการลดการใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ย 0.87 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อไร่ คิดเป็นคาร์บอนเครดิตประมาณ 17.44 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตามหลักเกณฑ์การคำนวณมาตรฐาน Premium T-VER (T-VER-P-METH-13-08)

“ โครงการนี้อาจเป็นเพียงแปลงนาขนาด 20 ไร่ แต่เป็นก้าวเล็ก ๆ ที่สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และชุมชน จับมือกันอย่างจริงจัง ก็สามารถสร้างต้นแบบการเกษตรคาร์บอนต่ำที่เกิดผลลัพธ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้จริง พร้อมร่วมส่งต่อผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ อากาศที่สะอาด และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนรุ่นต่อไป”



