ครึ่งปีมานี้ เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ 7-8 M 8 ครั้ง ขนาด 6-7 M 65 ครั้ง ขนาด 5-6 M 820 ครั้ง ถ้านับรวมแผ่นดินไหวเขย่าโลกที่มีขนาดตั้งแต่ขนาด 4.0 M ขึ้นไป ครึ่งปีนี้เราเจอมาแล้ว 5,420 ครั้ง

นี่คือสัญญาณเตือนว่าโลกจะแตกหรือเปล่า เราต้องกังวลไหม

ถ้าย้อนกลับไปดูสถิติที่ผ่านมา แผ่นดินไหวขนาดใหญ่มากกว่า 8 M จะเกิดปีละ 1 ครั้ง โชคดีที่ปีนี้เรายังไม่เจอ แผ่นดินไหวขนาด 7-8 M จะเกิดปีละ 15 ครั้ง ครึ่งปีนี้เราเจอไป 8 ครั้ง ก็นับว่ามากกว่าสถิติเพียงเล็กน้อย และแผ่นดินไหวขนาด 6-7 M จะเกิดปีละ 130 ครั้ง ครึ่งปีนี้เราเจอ 65 ครั้ง ก็นับว่าปกติ ดังนั้น ถ้าดูภาพรวมก็นับว่ายังปกติ เพียงแต่ปีนี้จุดที่เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เกิดในชุมชนเมือง ทำให้มีผู้คนล้มตาย และบ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก

และในยุคโลกเดือดจัดนี้ มีปัจจัยเสียงเพิ่ม คือ 1.น้ำแข็งขั้วโลกแถบกรีนแลนด์ และแอนตาร์กติกาละลายหายไปน้ำหนักมหาศาลที่เคยกดทับเปลือกโลกตอนบนลดลง ทำให้เปลือกโลกเผยอ เด้งตัว กระตุ้นรอยแยกใหม่ ๆ ให้ขยับมากขึ้น 2.เมื่อน้ำแข็งละลายเป็นน้ำทะเล เพิ่มน้ำหนักกดทับพื้นใต้สมุทร แรงกดนี้เพิ่มแรงเครียดให้พื้นผิว และรอยแยกต่าง ๆ ใต้ทะเล 3.ภาวะโลกเดือด ทำให้น้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นหมุนเวียนเป็นพายุฝนที่รุนแรงขึ้น เมื่อฝนตกหนัก น้ำซึมลึกลงไปในขั้นใต้ดินจำนวนมาก ไปอยู่ระหว่างชั้นหิน กลายเป็นสารหล่อลื่น ทำให้รอยเลื่อนต่าง ๆ ขยับตัวไปมาได้มากขึ้น 4.อุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จะเก็บสะสมพลังงาน ส่งผ่านไปยังแมกม่าใต้ผิวโลกที่กำลังเคลื่อนตัว รอวันประทุ รอยเลื่อนเดิมที่เปราะบางจะถูกกระตุ้นให้ขยับตัวรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

ถึงแม้จะไม่ต้องกลัวว่าโลกจะแตก แต่ก็อย่าประมาท เพราะแผ่นดินไหวที่ไม่รุนแรง อาจจะทำให้โครงสร้างอาคารที่ไม่แข็งแรง โดยเฉพาะอาคารสูง อาคารเก่าแก่ หรืออาคารที่ผู้รับเหมาร่วมมือกับข้าราชการโกงสเปก พังครืนลงมาได้ง่าย ๆ.