ในขณะที่ความสดใหม่มักถูกยกย่องว่า เป็นที่สุดของโภชนาการ แต่รายงานล่าสุดจาก The Daily Meal สื่อด้านอาหารชื่อดังระดับโลก ได้ออกมาเปิดเผยความจริงที่น่าสนใจว่า “ผักแช่แข็ง” อาจเป็นฮีโร่ตัวจริงในห้องครัวยุคใหม่ โดยเฉพาะในด้านการคงคุณค่าสารอาหาร รสชาติ และความคุ้มค่า เนื่องจากผักเหล่านี้ผ่านกระบวนการแช่แข็งทันที หลังการเก็บเกี่ยว (Flash Freezing) ซึ่งเป็นการ “หยุดเวลา” ของสารอาหารเอาไว้ได้ดีกว่าผักสดที่วางทิ้งไว้บนชั้นขายเป็นเวลานาน
ราเชล การ์กาโน ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ยืนยันว่าผักแช่แข็งส่วนใหญ่ มักมีระดับวิตามินและแร่ธาตุ สูงกว่าผักสดที่ผ่านการขนส่งทางไกล
โดยมีผัก 7 ชนิดที่แนะนำให้ซื้อแบบแช่แข็งติดบ้านไว้
เริ่มต้นด้วย “1. ข้าวโพด” และ “2. ถั่วลันเตา” ที่ยังคงความหวานและความกรอบสม่ำเสมอทุกฤดูกาล
ตามมาด้วย “3. ถั่วเหลืองแระญี่ปุ่น” แหล่งโปรตีนชั้นยอดที่ปรุงง่าย และให้เนื้อสัมผัสที่ดีเยี่ยมเมื่อนำไปเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน
ส่วน “4. ผักคะน้า” แม้เนื้อสัมผัสจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่ยังรักษาปริมาณวิตามินเอ, ซี และเค ไว้อย่างครบถ้วน เหมาะสำหรับใส่ในสมูทตี้หรือซุป
ผักยอดนิยมอย่าง “5. บรอกโคลี” และ “6. แครอท” การเลือกแบบแช่แข็งจะช่วยประหยัดเวลาในการเตรียม และยังคงสีสันที่สดใสน่ารับประทาน โดยมีเคล็ดลับการปรุงบรอกโคลี คือการใช้ไฟแรงทันทีโดยไม่ต้องละลายน้ำแข็ง เพื่อป้องกันความเละ
ปิดท้ายด้วย “7. ถั่วฝักยาว” ที่ยังคงคุณภาพได้ดีแม้ในช่วงนอกฤดูกาล เหมาะสำหรับการทำเมนูผัดหรือซุปในทุกช่วงเวลา
อย่างไรก็ตาม เทคนิคการรักษาคุณภาพผักแช่แข็งที่สำคัญคือ “ตำแหน่งการจัดเก็บ” ควรวางไว้ในส่วนที่เย็นที่สุดของช่องแช่แข็ง และหลีกเลี่ยงบริเวณใกล้ประตูตู้เย็น ซึ่งมีอุณหภูมิผันผวนบ่อยครั้ง นอกจากนี้ ผู้บริโภคควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นผักล้วน 100% ปราศจากการปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล หรือซอสสำเร็จรูป เพื่อให้สามารถควบคุมคุณค่าทางโภชนาการได้ด้วยตัวเอง และได้รับประโยชน์สูงสุดจากการรับประทานผักในทุกมื้ออาหาร
ที่มาและภาพ : insight korea



