เวิร์กชอปสอนแต่งหน้าโดย JUNG SAEMMOOL (จองแซมมุล) ที่สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ นำโดย นางสาวพิมพ์รภัส ศิริไพรวัน นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTC) และ มิสเตอร์พาร์ค ซอง-ฮย็อก ประธานองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) ร่วมกันจัดขึ้น
กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตอกย้ำ K-Beauty หนึ่งในประสบการณ์การท่องเที่ยวของประเทศเกาหลีใต้ โดยมีจองแซมมุลผู้นำเทรนด์การเมคอัพสไตล์ Transparent Makeup แนเชอรัลลุค ที่เน้นเผยผิวกระจ่างใส ฉ่ำวาวและดูสุขภาพดี
จากเดิมที่ต้องแต้มสีสันให้เต็ม เพราะไม่อยากหน้าซีดออกจากบ้านแล้วโดนเพื่อนทักว่าป่วย แต่นับตั้งแต่ปรมาจารย์เจ้าของแบรนด์ได้นำเมคอัพสไตล์นี้แต่งให้กับ จอนจีฮุน ในเรื่อง My Sassy Girl สไตล์การแต่งหน้าของสาวเกาหลีก็เปลี่ยนไปกลายเป็นเทรนด์ผิวโกลว์ เงางามและใสปิ๊งดุจกระจกหรือที่เรียกว่า Glass Skin ซึ่งคลลาสพิเศษของแฟรงค์ในครั้งนี้ก็จัดเต็มงานผิวซึ่งเป็นจุดเด่นของแบรนด์
เพราะแนวคิดหลักของแบรนด์ที่ว่า เมคอัพจะสวยได้ ต้องเริ่มจากงานผิวที่ดีก่อน ดังนั้นไม่ว่าจะแต่งหน้าด้วยสีสันสไตล์ไหน พื้นฐานผิวต้องดูสุขภาพดีก่อน


สมาชิกได้มีโอกาสเรียนรู้เทคนิคการแต่งหน้าและเคล็ดลับความงามสไตล์ K-Beauty จากทีม Makeup Artist ผู้เชี่ยวชาญของจองแซมมุล ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงานผิวฉ่ำโกลว์ การเลือกเฉดสีที่เหมาะกับแต่ละบุคคล การสร้างมิติให้ใบหน้า รวมถึงเทคนิคการแต่งหน้าให้ติดทนนาน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองแต่งหน้าด้วยตนเองภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด
มิสเตอร์ปาร์ค ซึงฮยอก ประธานองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของเกาหลีในภูมิภาคอาเซียน และนักท่องเที่ยวไทยมีความสนใจต่อเกาหลีในมิติที่หลากหลายมากขึ้น ทั้ง K-Culture, K-Beauty, อาหาร ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ในปีนี้ KTO จะเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีผ่านแนวคิด Themed Travel ทั้ง Beauty & Wellness, Running & Marathon Tourism, Pet-friendly Travel, K-Culture และการท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อรองรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยที่ต้องการประสบการณ์เฉพาะตัวและมีความหมายมากขึ้น
นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเคทีซี กล่าวว่า เกาหลีเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่มีความผูกพันกับผู้บริโภคชาวไทยในหลายมิติ ไม่ใช่เพียงการเดินทาง แต่รวมถึงวัฒนธรรม ความงาม อาหาร ไลฟ์สไตล์ และแรงบันดาลใจจาก K-Culture ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีสะท้อนให้เห็นว่า สมาชิกไม่ได้เดินทางไปเกาหลีเพื่อท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่มีการใช้จ่ายที่ครอบคลุมประสบการณ์ตลอดทริป ตั้งแต่การเดินทาง ความงาม สุขภาพ ช้อปปิ้ง ไปจนถึงร้านอาหาร


นอกจากจะเป็นผู้สนับสนุนการจัดกิจกรรมแล้ว องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลียังร่วมกับเคทีซีและการบินไทย ร่วมมือส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีในตลาดไทยช่วงครึ่งปีหลัง ผ่านแคมเปญและสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมการเดินทาง ความงาม สุขภาพ ช้อปปิ้ง และร้านอาหาร เพื่อตอบรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์เฉพาะตัวมากขึ้น โดยเฉพาะ K-Culture, K-Beauty, Wellness, Lifestyle Travel รวมถึงการค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในประเทศเกาหลี
นายธรรมนูญ กู้ประเสริฐ หัวหน้าฝ่ายขายตัวแทนจำหน่ายและลูกค้าองค์กรระหว่างประเทศ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยมีความยินดีที่ได้ร่วมสนับสนุนความร่วมมือระหว่าง KTO และเคทีซีในการส่งเสริมการเดินทางระหว่างไทยและเกาหลีใต้ เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญที่ได้รับความนิยมจากผู้โดยสารชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป กลุ่มครอบครัว และกลุ่มนักเดินทางที่สนใจ K-Culture, K-Beauty, อาหาร และประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่


ความร่วมมือที่ว่านอกจากจะมีส่วนลดพิเศษแล้ว ยังพ่วงมาด้วยสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์การเดินทางในเกาหลี ทั้งด้าน Beauty & Wellness ที่ร้านค้าในหมวดสุขภาพและความงาม และแพลตฟอร์มจองบริการความงามในเกาหลีอย่าง UNNI Korea Aesthetic Clinic สิทธิพิเศษด้านช้อปปิ้งที่ Lotte Duty Free Korea รวมถึงเครดิตเงินคืนสำหรับการใช้จ่ายในหมวดร้านอาหารที่เกาหลีตามเงื่อนไข
ข้อมูลจาก KTO ระบุว่า ในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเยือนเกาหลีใต้จำนวน 333,930 คน ขณะที่ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความต้องการเดินทางไปเกาหลีที่ยังเติบโตต่อเนื่อง โดย KTO ตั้งเป้าต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทย 410,000 คน ในปี 2569
สอดคล้องกับข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี ซึ่งพบว่า ประเทศเกาหลีใต้ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของสมาชิก โดยจัดอยู่ในอันดับที่ 2 ของยอดใช้จ่ายในต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 – วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มียอดใช้จ่ายเติบโต 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่จำนวนสมาชิกที่ใช้จ่ายในประเทศเกาหลีเพิ่มขึ้น 45% สะท้อนว่าความนิยมต่อเกาหลีไม่ได้อยู่เพียงในมุมการเดินทาง แต่ยังต่อยอดไปสู่การใช้จ่ายด้านไลฟ์สไตล์ ความงาม อาหาร และประสบการณ์ระหว่างทริปอย่างชัดเจน



