นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. รับทราบความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โดยขณะนี้ รฟท. ส่งร่างแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ ไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่แล้ว แต่ยังเหลืออีก 1 ประเด็น เรื่องหลักประกันค่ารัฐร่วมลงทุนงานโยธา ที่ต้องหารือสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี) ผู้รับสัมปทานโครงการฯ ยินยอมวางหลักประกันเพิ่มเติมตามเดิม 1.6 แสนล้านบาท แบ่งเป็น งานโยธา 1.2 แสนล้านบาท และงานระบบ 4 หมื่นล้านบาท แต่เอกชนขอคืนหลักประกันฯ ดังกล่าวเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดเดินรถ

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า รฟท. จะยืนยันข้อมูลกลับไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดว่า หลักประกันเพิ่มเติมดังกล่าว มีไว้สำหรับงานโยธา ส่วนความเสี่ยงอื่นๆ มีหลักประกันสัญญาวงเงิน 4.5 พันล้านบาท รองรับไว้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสำนักงานอัยการสูงสุดจะรับฟังข้อมูลที่ยืนยันกลับไป เพราะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด เนื่องจากปกติแล้วการวางหลักประกันเอกชนจะวางประมาณ 5-10% ของมูลค่างานโยธา แต่โครงการนี้กำหนดให้วางหลักประกัน 100% เป็นเกณฑ์ที่สูงสุดของการรับประกันความเสี่ยง และรัฐก็ไม่ได้เสียประโยชน์ ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวจะเร่งดำเนินการ เมื่อได้ข้อสรุปก็จะเสนอ สกพอ. และเสนอ ครม. ต่อไป เบื้องต้นวางแผนงานว่าจะเสนอ ครม. ใหม่ พิจารณาแก้ไขสัญญาฯ ในเดือน มิ.ย.-ก.ค. 2569

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า หาก ครม. เห็นชอบ จะลงนามสัญญาในเดือน ก.ค. 2569 ซึ่งเอกชนต้องวางหลักประกันเพิ่มเติม 1.6 แสนล้านบาท จากนั้นจะออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) ในเดือน ส.ค. 2569 โดยเอกชนต้องวางเงินหลักประกันสัญญา 4.5 พันล้านบาทด้วย ซึ่งจะใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี และทดสอบระบบประมาณ 6 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการภายในปี 2575

อย่างไรก็ตามเนื่องจากโครงการนี้ มีช่วงที่มีโครงสร้างทับซ้อนกับโครงการรถไฟไฮสปีดไทย-จีน ระยะ (เฟส) ที่ 1 สัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง จึงได้วางกรอบการดำเนินงานไว้ว่า หากการลงนามสัญญาในการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนฯ ไม่แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่วางไว้เดือน ก.ค. นี้ รฟท. จำเป็นต้องเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาเปลี่ยนแปลงขอบเขตงาน โดยนำงานโครงสร้างร่วมของสัญญา 4-1 กลับมาก่อสร้างเอง เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพรวมการก่อสร้างโครงการรถไฟไฮสปีดไทย-จีน และสอดคล้องกับการลงนามสัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ที่ขณะนี้การปรับแบบสถานีอยุธยาใกล้แล้วเสร็จ เตรียมเปิดประกวดราคาหาผู้รับจ้าง โดยจะประมูลเป็น 1 สัญญา เพื่อให้งานไม่เกิดความล่าช้า

นายอนันต์ กล่าวด้วยว่า ส่วนความคืบหน้าการยกเลิกสัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด โครงการรถไฟไฮสปีดไทย-จีน เฟสที่ 1 ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุด พิจารณาแนวทางการบอกเลิกสัญญา เนื่องจากเป็นคำสั่งทางปกครอง หากมีคำสั่งบอกเลิกสัญญาแล้ว จะยกเลิกไม่ได้ จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ โดยขณะนี้บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ยังหยุดงานอยู่