เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ก.พ. 69 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ลงพื้นที่จุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิด หลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวชาวเวียดนาม 6 คน และชาวจีน 4 คน รวมทั้งหมด 10 คน ที่เสี่ยงตายหลบหนีการทารุณกรรมจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่บ้านทมอดา ฝั่งประเทศกัมพูชา ข้ามมาขอความช่วยเหลือเมื่อช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะรอง ผบ.ตร. ได้เดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนบ้านท่าเลื่อน เพื่อรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ล่าสุดจากหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน นานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนจะเดินทางไปยัง สภ.บ้านท่าเลื่อน ในเวลา 13.00 น. เพื่อเข้าสอบปากคำกลุ่มผู้เสียหายทั้ง 10 คนด้วยตนเอง ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงภายในชุมชนชาวจีนที่ ทมอดา จนเป็นเหตุให้เหยื่อกลุ่มนี้ต้องตัดสินใจหลบหนีออกมา
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า จากการบินสำรวจและรับฟังบรรยายสรุป พบว่าฐานปฏิบัติการของแก๊งสแกมเมอร์ตั้งอยู่ตรงข้ามกับบ้านท่าเลื่อน จ.ตราด โดยมีลักษณะเป็นกลุ่มอาคารสูง 2-4 ชั้น แบ่งเป็น 3 โซนใหญ่ คาดว่ามีแรงงานจากหลายสัญชาติ อาทิ เวียดนาม, จีน, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และบังกลาเทศ ถูกหลอกไปทำงานและกักขังอยู่ภายในนับพันคน

รอง ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า การสอบปากคำผู้หลบหนีทราบว่า กลุ่มคนเหล่านี้หนีรอดออกมาได้ เนื่องจากทนการทารุณกรรมไม่ไหว และเชื่อว่าจะมีชุดต่อไปพยายามหลบหนีเข้ามายังฝั่งไทยมากขึ้น เนื่องจากมีผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออีกจำนวนมาก โดยสั่งการให้บูรณาการร่วมกับหน่วยนาวิกโยธิน เพื่อเฝ้าระวังตลอดแนวชายแดน
ในเบื้องต้นยังไม่พบคนไทยรวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียหายพื้นที่นี้ อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งประสานงานระหว่างประเทศ เพื่อขยายผลกวาดล้าง พร้อมคัดแยกผู้เสียหายอย่างละเอียด หากเข้าข่ายการค้ามนุษย์จะดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยมีฝ่ายทหารเป็นหน่วยหลักในการดูแลพื้นที่ชายแดน และตำรวจสนับสนุนด้านการสอบสวนและคัดกรอง.



