เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมชั้น 1 หอโหวด จังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มตัวแทนชาวบ้านผู้เสียหายจากกรณีถูกกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกลวงการกู้เงิน รวมตัวเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภา หลังภาระหนี้พอกพูนจากกู้หลักแสนบาท กลายเป็นหลักล้านบาท
การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย ภมร เชาว์ศิริกุล สมาชิกวุฒิสภา รองประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ คนที่สาม พร้อมคณะกรรมาธิการ ประกอบด้วย พลโทวิกร เลิศวัชรา นายณรงค์ จิตราช นายสรายุทธ์ ชาติบัญชากร และนายวิวัฒน์ ธนะแพสย์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ โดยมีนางสาวปราณี วงศ์บุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และนายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด ให้การต้อนรับ
นายชานนท์ ลิขิตบัณฑูร ประธานคณะกรรมการอัยการคุ้มครองสิทธิภาคประชาชน จังหวัดร้อยเอ็ด และคณะได้นำตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายประมาณ 15 คน ยื่นเอกสารหลักฐานการกู้เงินจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
สาขาเมืองบัว อำเภอเกษตรวิสัย ผู้เสียหาย 12 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 12 ล้านบาท
สาขาโพนทอง ผู้เสียหาย 18 ราย มูลค่าความเสียหายราว 4 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 16 ล้านบาท
ผู้เสียหายบางรายบอกว่า เดิมกู้เงินเพียงหลักแสนบาท แต่ภายหลังกลับพบยอดหนี้พุ่งสูงผิดปกติ บางรายถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยต่อเนื่อง ทั้งที่เจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหาถูกลงโทษทางวินัยและถูกดำเนินคดีไปแล้ว แต่ภาระหนี้ของเกษตรกรยังคงอยู่ ปมพิรุธเพียบ อนุมัติไว-หลักทรัพย์ต่ำ-เงินต้องถอนสด
ซึ่งข้อร้องเรียนสะท้อนความผิดปกติหลายประเด็น ทั้งเรื่องลายมือชื่อปลอม การอนุมัติสินเชื่อรวดเร็วผิดปกติ มูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกันต่ำกว่าวงเงินที่ควรอนุมัติ รวมถึงกรณีโครงการสินเชื่อซื้อรถแทรกเตอร์ล้อยางที่ธนาคารแจ้งว่า “ไม่มีโครงการ” แต่เจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่ามีจริง
อีกทั้งยังมีการให้ผู้กู้ไปถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มต่างสาขา แล้วนำเงินส่วนเกินส่งมอบให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าว สร้างข้อสงสัยว่าอาจไม่ได้กระทำเพียงลำพัง
นอกจากนี้ ยังพบกรณีเอกสารสิทธิ์ที่ดินของผู้เสียหายรายหนึ่งถูกนำไปจดจำนองตั้งแต่ปี 2564 แต่ปัจจุบันธนาคารแจ้งว่า “ไม่พบเอกสาร” ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องหนี้ซ้อนหรือการนำเอกสารไปใช้โดยมิชอบ
นายภมร ระบุว่าจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ของคณะกรรมาธิการ เตรียมเรียกผู้อำนวยการ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่เข้าชี้แจง พร้อมย้ำว่า หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐกระทำทุจริต ธนาคารในฐานะหน่วยงานของรัฐต้องร่วมรับผิดชอบ ไม่ใช่ผลักภาระให้ประชาชน
“ไปกู้ไม่กี่แสน แต่กลายเป็นหนี้นับล้าน มันยุติธรรมหรือไม่ เรื่องนี้เราจะไม่ปล่อยไว้ ต้องมีคำตอบที่ชัดเจนให้ประชาชน”
ทั้งนี้เวทีหอโหวดในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงเวทีรับฟังปัญหา แต่คือจุดเริ่มต้นของการทวงถามความรับผิดชอบจากสถาบันการเงินของรัฐ ที่ชาวบ้านตั้งคำถามว่าใครจะรับผิดชอบหนี้ที่พวกเขาไม่ได้ก่อ รองประธานกรรมาธิการคนที่ 3 กล่าว



