หยิบจับอะไรก็เป็นกระแสไปหมด สำหรับ “มายด์-ณภศศิ สุรวรรณ” ที่พักหลังมานี้ขึ้นแท่นเจ้าแม่คอนเทนต์ขยันเสิร์ฟความสดใสให้แฟนๆ ได้ติดตาม แต่ล่าสุดกลับงานเข้าเต็มๆ หลังโพสต์คลิปนุ่งสไบใส่ยีนส์ทำคอนเทนต์กับช้างที่ จ.สุรินทร์ แต่ดันมีชอตที่เจ้าตัวขึ้นไปนั่งบนงาช้าง จนเกิดดราม่าสนั่นโซเชียลว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์และอาจทำให้คนแห่ทำตามจนเกิดอันตราย

ล่าสุดในงานแถลงข่าว “Aqualuna Liquid Lock” The Next Asia Wave Experience สาวมายด์ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นร้อนนี้เป็นครั้งแรก พร้อมอัปเดตความรักสุดหวานกับไฮโซหนุ่ม “สงกรานต์ เตชะณรงค์” หลังผ่านพ้นวันวาเลนไทน์มาหมาดๆ

มายด์ เผยว่า “สำหรับเรื่องดราม่าคอนเทนต์ที่ขึ้นไปนั่งบนงาช้าง ได้อ่านทุกคอมเมนต์ค่ะ ตอนแรกก็ตกใจเพราะเจตนาแรกของหนูที่ไปคือหนูมีแผนที่จะไปสุรินทร์อยู่แล้ว และช่วงนั้นเป็นช่วงที่เป็นมีเทรนด์ชุดไทยพอดี เราก็เลยเตรียมชุดเพื่อไปทำคอนเทนต์ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นชอตที่หนูนั่งบนงาช้าง แต่ก่อนถ่ายมายด์ได้ปรึกษากับควาญช้างและพี่ที่สุรินทร์ซึ่งเป็นผู้รู้ที่อยู่ที่นั่น เขาบอกว่าจริงๆ แล้วในมุมของควาญช้างเขานั่งบนงาช้างเป็นปกติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมายด์ได้อ่านทุกคอมเมนต์และเข้าใจในการตักเตือนของทุกคน มายด์น้อมรับค่ะ เข้าใจว่ามันอาจจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีถ้าเกิดมีคนไปตามมาเยอะๆ”

“ซึ่งทางควาญช้างเขาได้บอกว่าจริงๆ แล้วนั่งได้ เขาเป็นคนถามมายด์ด้วยซ้ำว่านั่งไหม จริงๆ มายด์ตั้งใจจะไปถ่ายกับน้องช้างเฉยๆ และไปอาบน้ำให้ช้าง ซึ่งวันนั้นพี่ๆ เขาแนะนำให้นั่งและอยู่ภายใต้การดูแลของควาญช้าง เพราะถ้าเป็นน้องช้างที่ดุอาจจะเกิดอันตรายได้ ถามว่ามายรู้สึกยังไงตอนที่มายด์ขึ้นไปนั่ง มายด์ก็ถามเขาว่าน้องจะหนักไหมเพราะเราก็รู้สึกเหมือนกัน เราก็ถามย้ำพี่ควาญช้างจริงๆ พี่เขาก็บอกว่าควาญช้างเขานั่งบนงาน้องเป็นปกติ เรารับข้อมูลตรงนั้นจุดนั้น เราก็โอเคและไม่คิดจริงๆ ว่าพอออกไปแล้วมันจะเกิดกระแสแบบนี้ มายด์ป้องกันแล้ว มายด์ถามแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่สามารถนั่งน้องได้ทุกตัว ต้องเลือกตัวที่ควาญช้างเขาฝึกมาและเชื่อง เพราะมันอาจจะมีโอกาสที่เกิดอันตรายได้ แต่เขาบอกว่าน้องไม่เจ็บ ซึ่งมายด์ก็ไม่ทราบจริงๆ มายด์น้อมรับค่ะ”

มายด์ เผยต่อว่า “โดนดราม่าบ่อยๆ ในตอนแรกก็มีนอยด์นิดหนึ่ง ก็ได้มีการส่งไปถามพี่ๆ ที่สุรินทร์อีกรอบว่ามันโอเคจริงๆ ใช่ไหม หนูเครียดหนูเห็นคนคอมเมนต์ เขาก็บอกว่าจริงๆ นั่งได้ แล้วก็ถามเพื่อนๆ ที่มีญาติอยู่ที่นั่น แต่ที่มีคนมาตักเตือน เราก็ถือว่ายังมีคนให้ความสนใจเราอยู่ แต่อย่างน้อยอยากให้มองในพาร์ทของความตั้งใจของเรา ที่เราอยากจะไปทำคอนเทนต์ในหลายๆ จังหวัดของเมืองไทย เพื่อช่วยผลักดันการท่องเที่ยวในปีนี้ อยากไปเสนอในภาพดีๆ มุมมองดีๆ แต่นี่อาจจะเป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น มายด์ก็ขอโทษแล้วก็น้อมรับ ฟังแล้วอาจจะดูเหมือนเป็นการแก้ตัว แต่ก็ขอโทษและจะระมัดระวังให้มากขึ้น”

“ถามว่าเสียใจไหมที่ทำคอนเทนต์ไปแล้วก็โดนดราม่า สำหรับหนู หนูเชื่อว่าทุกอย่างมันมีสองด้านเสมอมัน ไม่มีทางที่จะมีด้านเดียว คนเรามีหลากหลายความเห็น ซึ่งมายด์น้อมรับแต่เราอาจจะฉุกคิดที่ตัวเราว่าสิ่งที่เราทำมันไม่ได้กระทบ และไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ถามว่านอยด์ไหม ก็ไม่ แต่มีอันบ้างนิดๆ หน่อยๆ สุดท้ายเราก็ต้องข้ามในบางจุด ถ้าเราแคร์ทุกอย่างเราก็จะไม่มีความสุขและโชคดีที่หนูเป็นคนค่อนข้างมองโลกในแง่บวก มายด์คิดว่าบางทีการผูกติดกับบางอย่างที่เราอ่านมันทำให้เรามานั่งคิด แล้วถ้ามันจริงเราก็แค่แก้ไขให้ตัวเราดีขึ้นเพราะบางทีเราอาจจะคิดในมุมมองเรา เราอาจจะเชื่อความคิดเราคนเดียวหรือแค่คนรอบตัว ซึ่งบางทีที่เรามองในมุมกว้างเราก็จะได้เห็นข้อบกพร่อง แล้วเราก็มาทำให้เราเป็นคนดีขึ้นมันก็ดีค่ะ เวลามายด์ทำคอนเทนต์ ก็จะหาข้อมูลจากพี่ๆ เพื่อนๆ ที่เป็นคนในจังหวัดนั้น หรือใครที่เป็นผู้รู้และสามารถให้ข้อมูลเราได้อย่างถูกต้อง ส่วนใหญ่เราก็จะรับข้อมูลนั้นมาก่อนที่จะมาเล่าทุกที มายด์ก็จะระมัดระวังให้มากขึ้น เรื่องไหนที่เป็นเรื่องค่อนข้างเซนซิทีฟค่ะ”

ส่วนเรื่องหัวใจกับหวานใจหนุ่ม “สงกรานต์ เตชะณรงค์” ที่หลายคนลุ้นความหวานช่วงวาเลนไทน์ งานนี้สาวมายด์บอกว่าเรียบง่ายกว่าที่คิด มายด์ เผยว่า “วาเลนไทน์สำหรับเราเหมือนวันปกติ เราอยู่ด้วยกัน ไปทานข้าวด้วยกันปกติ มีคอนเทนต์น่ารักๆ แบบที่ทุกคนได้เห็นกัน วันวาเลนไทน์ต่างคนยังต่างทำงานกันอยู่เลยค่ะ ถามว่าแตกมาต่างจากปีแรกๆ ยังไง คือเรารู้แล้วว่าคนของเราเป็นยังไง ปีนี้เราก็เอาดอกไม้ยื่นให้เลยตามที่ทุกคนเห็น ถือว่าเป็นเรื่องสนุกๆ เพราะเราไม่ได้คาดหวัง ทำทุกวันให้ดีที่สุด ซึ่งทุกวันนี้มายด์ว่าเราอยู่ด้วยกันไม่มีปัญหากัน เวลาที่มีปัญหาก็ช่วยกันแก้ เป็นที่ปรึกษาที่ดีและเหมือนเป็นเพื่อนไปด้วยมายด์รู้สึกว่าโอเค”

“คอนเทนต์ที่ทำไปวันวาเลนไทน์ คิดว่าน่าจะตรงกับใจหลายๆ คน มายด์ได้ตามอ่านทุกคอมเมนต์คนมาคอมเมนต์ว่าเหมือนคู่เราเลย แล้วแท็กไปหาแฟน ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องจริงของผู้ชายบางคน ที่เขาอาจจะเป็นไทป์แบบนั้นจริงๆ เขาไม่ได้แสดงออกหรือมีของขวัญให้ แต่ไม่ได้แปลว่าเขาไม่รัก เรื่องของความใส่ใจบางทีเราก็รู้กันแค่สองคน แต่เราก็เป็นหนึ่งตัวอย่างของผู้หญิงที่ไม่ต้องคาดหวังและมีความสุขกับตัวเอง และให้เขาทำแบบนั้นให้กับเรา เราก็มีความสุขแล้ว”

มายด์ เล่าต่อว่า “จำเป็นต้องหวือหวาไหม สำหรับมายด์โดยอายุของเรา รู้สึกว่าเรามองในระยะยาว การที่เราใส่ใจกันในทุกๆ วันมันดีกว่าการที่เราจะไปคาดหวัง บางทีพอเราคาดหวังแล้วเราไม่ได้รับ เราก็รู้สึกผิดหวัง มายด์แค่รู้สึกว่าเราต้องทำทุกวันให้เต็มที่ บางอย่างมันสำคัญมากกว่าคำพูดคือการกระทำในวันที่มีปัญหา ไม่ใช่วันที่เรามีความสุข มายด์รู้สึกว่าทุกวันนี้เป็นกราฟที่มันไปได้เรื่อยๆ ไม่ได้ความหวือหวาแต่มันมีความรู้สึกที่เราคาดไม่ถึง อย่างเช่นในพาร์ทของการทำงาน เขาก็จะคอยซัพพอร์ตอยู่ข้างหลัง ด้วยความที่เขาเป็นคนที่แมนมากๆ เวลาเขาปลอบหรือเวลาที่เขาให้กำลังใจ เขาจะไม่ได้โอ๋ แต่เขาทำให้เราเข้มแข็งขึ้น ทำให้เราสามารถผ่านปัญหาได้ในมุมมองที่โตขึ้น ซึ่งมันก็ทำให้เรารู้สึกฮึบ เพราะคำที่เขาพูดมันเป็นความจริง เขาผ่านประสบการณ์ในการทำงานหรืออะไรต่างๆ มาแล้ว มายด์เองก็มอบรอยยิ้มเสียงหัวเราะให้เขา อย่างบางครั้งในการทำคอนเทนต์ดูเหมือนเขาจะไม่เต็มใจ แต่ในสถานการณ์มันมีความสนุก ซึ่งคอนเทนต์ส่วนใหญ่เราจะถ่ายครั้งละหนึ่งเทค พี่สงกรานต์เขาไม่ได้เหมือนเรา เราก็ต้องคิดว่ามันจะต้องทำยังไง เพราะถ้าผ่านมันไป แล้วมายด์ทำไม่ได้ มายด์ก็จะอดได้คอนเทนต์เหมือนกัน”

“เรื่องคอนเทนต์เหมือนพอบังคับเขาบ่อยๆ มันก็เป็นความเคยชินและเขาก็เริ่มทำด้วยความสมยอมหรือเปล่า (หัวเราะ) เขาก็เข้าร่วมนิดหน่อย มีที่เขาติ๊กถูกบ้างและมีที่เขารู้สึกว่าไม่ผ่านบ้าง หลังๆ มายด์ก็จะมีการดีล มี Reference ให้เขาว่าต้องทำแบบนี้ๆ แล้วก็ให้คะแนนเขาในการแอคติ้ง เขาแอคติ้งเก่งกว่ามายด์อีก พอเขาแอคติ้งเก่งเราก็รู้สึกว่าเซอร์ไพร้ส์ กลัวเขาจะหวานน้อยลงไหม สำหรับหนูไม่มีความหวานจริงๆ ค่ะ บางทีอาจจะเป็นเพราะหนูไม่ได้คาดหวังมาก เรารู้สึกว่าแค่เขาทำคอนเทนต์กับเรา เราก็มีความสุขแล้ว แล้วก็พาไปกินของอร่อยอะไรอย่างนี้ค่ะ เขาเป็นคนไม่ได้หวานด้วยสิ่งของและวัตถุ แต่เป็นคนใส่ใจ เช่นเขาถามว่าวันนี้หนูเป็นยังไง ซึ่งเรารู้ว่านี่คือความใส่ใจและความเป็นห่วงของเขาค่ะ”

ขอบคุณภาพจาก : mind_napasasi