เบซิคตัส ทีมดังแห่งวงการลูกหนังตุรกี ตัดสินใจพับแผนการคว้าตัว โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อดีตดาวยิงของ ลิเวอร์พูล ไปเสริมแนวรุกเก็บเข้าลิ้นชักแล้ว หลังโดน รามี อับบาส นายหน้าของหัวหอกทีมชาติอียิปต์ เรียกเงินค่าตอบแทนสูงจนเกินกว่าจะยอมรับได้
ออนแดร์ โอเซน ผู้อำนวยการกีฬาของ เบซิคตัส เปิดเผยว่า สาเหตุที่ เบซิคตัส ตัดสินใจทาบทามให้ ซาลาห์ ย้ายมาร่วมทัพเพราะเล็งเห็นถึงฝีเท้าอันยอดเยี่ยม และมูลค่าทางการตลาดของเจ้าตัว ทว่าสุดท้ายการเจรจาทั้ง 2 ฝ่ายกลับต้องล่มไม่เป็นท่าเพราะเงื่อนไขทางการเงินที่นายหน้าของ “บังโม” ยื่นมาให้พิจารณา ซึ่งสูงเกินกว่าที่พวกเขาจะยอมรับได้
สำหรับตัวเลขค่าเหนื่อยที่ เบซิคตัส เสนอให้ ซาลาห์ พิจารณาก่อนหน้านี้อยู่ที่ 20 ล้านยูโร (ราว 760 ล้านบาท) ต่อปี โดยแบ่งเป็นเงินการันตี 15 ล้านยูโร (ราว 570 ล้านบาท) ต่อปี พร้อมโบนัสขึ้นอยู่กับผลงานในสนามอีกราว 4 ล้านยูโร (ราว 152 ล้านบาท) และเงินค่าตอบแทนจากลิขสิทธิ์ด้านภาพลักษณ์ด้วย
สำหรับในกรณีที่ ซาลาห์ ทำผลงานได้ตามเงื่อนไข เขาก็จะได้รับค่าตอบแทนปีละ 19-20 ล้านยูโร (ราว 722-760 ล้านบาท) โดยรวมแล้ว เบซิคตัส จะต้องจ่ายค่าจ้างให้ กองหน้าวัย 33 ปี ทั้งหมดกว่า 40 ล้านยูโร (ราว 1,520 ล้านบาท) ในสัญญา 2 ปี
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของ เบซิคตัส กลับยังไม่โดนใจทีมงานของ ซาลาห์ และทำให้การเจรจาระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายต้องยุติลงในที่สุด รวมทั้งอาจจะต้องยุติลงอย่างถาวร หาก ซาลาห์ ยังไม่ยอมรับข้อเสนอของ เบซิคตัส ก่อนครบกำหนดเส้นตายเมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นในตุรกี.
ภาพ REUTERS



