วันที่ 15 ก.ค. อาคารสัปปายะสภาสถาน จะสิ้นสุดสัญญาประกันกับบริษัทผู้รับจ้างคือ ซิโน-ไทย ซึ่งยังมีฝ่ายค้านและ สว. บางส่วนเห็นว่า ตัวอาคารยังมีปัญหา อย่างเช่นน้ำรั่วซึม และผู้รับเหมาได้รับผิดชอบอย่างเหมาะสมแล้วหรือยัง

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 69 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การดูแลรัฐสภาแบบเต็มรูปแบบภายหลังสัญญารับประกันผลงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา บริษัทผู้รับจ้างได้ส่งมอบพื้นที่คืนทั้งหมด ทำให้รัฐสภาต้องรับผิดชอบการบริหารจัดการอาคารและพื้นที่โดยรอบกว่า 100 ไร่ อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ แม้จะมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ บุคลากร และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านก็ตาม

สำหรับการดูแลภูมิทัศน์ ได้มอบนโยบายให้ปรับปรุงวิธีดูแลต้นไม้ โดยเฉพาะต้นตาลภายในบริเวณรัฐสภา จากเดิมที่รดน้ำเฉพาะผิวดิน ให้ปรับเป็นการวางระบบส่งน้ำลงสู่รากโดยตรง พร้อมเร่งตัดแต่งกิ่งแห้งเพื่อป้องกันความเสียหายของต้นไม้ ทั้งยังสามารถนำผลตาลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ต่อยอดได้ ถือเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

เมื่อถามถึงกรณีปัญหาน้ำรั่วซึมภายในอาคารที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน้านี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า สาเหตุหลักเกิดจากข้อจำกัดของระบบระบายน้ำที่รองรับน้ำฝนไม่ทัน ในช่วงเกิดพายุและลมแรง ไม่ได้เกิดจากหลังคารั่วตามที่เข้าใจกัน อย่างไรก็ตามตนไม่ประสงค์กล่าวโทษผู้ใด แต่มุ่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเตรียมเสนอของบประมาณเพื่อซ่อมแซมและบำรุงรักษาระบบต่าง ๆ ของอาคาร ทั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ลิฟต์ บันไดเลื่อน สิ่งอำนวยความสะดวก และภูมิทัศน์โดยรอบ 

การดูแลอาคารรัฐสภาให้มีความพร้อมใช้งานและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ถือเป็นภารกิจสำคัญควบคู่กับการปฏิบัติหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ จึงตั้งใจเป็นแบบอย่างในการลงมือปฏิบัติจริง โดยกิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้ มุ่งให้บุคลากรทุกคนมีส่วนร่วมลงมือทำงานอย่างน้อยคนละหนึ่งกิจกรรม เพื่อปลูกฝังความรัก ความผูกพัน และความภาคภูมิใจในองค์กร พร้อมร่วมกันพัฒนาอาคารรัฐสภาซึ่งสร้างขึ้นจากเงินภาษีของประชาชน ให้เป็นแลนด์มาร์คที่สง่างาม เป็นสภาของประชาชน