สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า คดีความในศาลอุทธรณ์กรุงวอชิงตัน ระบุว่า การดำเนินการของทรัมป์ ซึ่งยกเลิกมาตรฐานก๊าซเรือนกระจกสำหรับรถยนต์ และทำให้กฎระเบียบอีกหลายข้อตกอยู่ในความเสี่ยง ถือว่าผิดกฎหมาย
สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (อีพีเอ) ปฏิเสธข้อกล่าวหาข้างต้น โดยยืนกรานในแถลงการณ์ว่า สำนักงานพิจารณาและประเมินพื้นฐานทางกฎหมายอย่างรอบคอบ และสรุปได้ว่า อีพีเอไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการกำหนดมาตรฐานการปล่อยมลพิษจากรถยนต์ เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการกับความกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศระดับโลก
“อีพีเอภายใต้รัฐบาลของทรัมป์ มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดตามที่กำหนดไว้ และตามความตั้งใจของสภาคองเกรส ไม่ใช่ตามที่ผู้อื่นอาจต้องการให้เป็น” อีพีเอ ระบุเสริมในแถลงการณ์
The Trump administration is facing a lawsuit over its decision to deregulate emissions and repeal a landmark scientific finding that linked greenhouse gases to human health problems, forming the basis of policies to address climate change.
— CBS News (@CBSNews) February 18, 2026
https://t.co/JrJtjmrJWv
อนึ่ง ข้อค้นพบในปี 2552 ที่ระบุว่า ก๊าซเรือนกระจกเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน เป็นหัวใจสำคัญของนโยบายด้านสภาพอากาศของรัฐบาลกลางสหรัฐมานานหลายปี แต่การยกเลิกการค้นพบดังกล่าว ถูกประณามอย่างกว้างขวางโดยกลุ่มสิ่งแวดล้อม และสมาชิกพรรคเดโมแครตหลายคน อีกทั้งคาดว่าจะมีการดำเนินการทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปฏิเสธความกังวลที่ว่า การยกเลิกข้อค้นพบอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตมากขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เลวร้ายลง ซึ่งผู้นำสหรัฐเน้นย้ำความเชื่อของเขาว่า ภาวะโลกร้อนที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ “เป็นเรื่องหลอกลวง”
ขณะที่รัฐบาลวอชิงตันอธิบายว่า มาตรการนี้เป็นความเคลื่อนไหวเพื่อลดต้นทุน โดยอ้างว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านกฎระเบียบได้มากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31 ล้านล้านบาท) และลดต้นทุนรถยนต์ใหม่หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ.
เครดิตภาพ : REUTERS



