เมื่อวันที่ 20 ก.พ. เพจ Tensia ซึ่งเป็นเพจให้ความรู้ด้านการแพทย์ ได้เผยแพร่กรณีศึกษาจากต่างประเทศเกี่ยวกับหญิงวัย 84 ปี ที่มีอาการทางระบบประสาทคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง แต่ภายหลังพบว่าสาเหตุที่แท้จริงคือ “ซิฟิลิสขึ้นสมอง” หรือภาวะ neurosyphilis
โพสต์ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 6 เดือน ผู้ป่วยเริ่มมีอาการผิดปกติแบบค่อยเป็นค่อยไป ได้แก่ เวียนศีรษะ บ้านหมุน เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ พูดไม่ชัด แขนขวาอ่อนแรง ปวดศีรษะเรื้อรัง นอนไม่หลับ และสมาธิสั้น โดยช่วงแรกครอบครัวเข้าใจว่าเป็นอาการตามวัย
ต่อมาเมื่ออาการรุนแรงขึ้น ญาติจึงพาเข้ารับการรักษา เนื่องจากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง แพทย์จึงสงสัยโรคหลอดเลือดสมองเป็นอันดับแรก อย่างไรก็ตาม ผลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ไม่พบภาวะเลือดออกหรือสโตรกเฉียบพลัน พบเพียงรอยโรคเล็กๆ ที่อาจอธิบายได้จากความดันโลหิตสูงเรื้อรัง แต่ไม่สัมพันธ์กับอาการทั้งหมด
การตรวจเลือดพื้นฐานส่วนใหญ่ปกติ ยกเว้นค่า ESR สูงผิดปกติ บ่งชี้ว่ามีการอักเสบเรื้อรัง แพทย์จึงขยายการตรวจหาสาเหตุอื่น ทั้งกลุ่มโรคภูมิคุ้มกันตนเอง แต่ไม่พบความผิดปกติ
ภายหลังจึงตั้งข้อสงสัยถึงการติดเชื้อ โดยเฉพาะโรคซิฟิลิส ซึ่งในทางการแพทย์ถูกเรียกว่า “The Great Imitator” เนื่องจากสามารถแสดงอาการเลียนแบบได้หลายโรค ผลตรวจเลือดพบค่า VDRL และ TPPA เป็นบวกในระดับสูง
แพทย์จึงทำการเจาะตรวจน้ำไขสันหลัง พบลักษณะอักเสบชัดเจน และเมื่อทำ MRI สมอง พบความผิดปกติของหลอดเลือดและเนื้อสมองหลายจุด สอดคล้องกับภาวะซิฟิลิสลุกลามสู่ระบบประสาทชนิดหลอดเลือดอักเสบ (Meningovascular neurosyphilis)
หลังเริ่มให้ยาปฏิชีวนะทันที อาการผู้ป่วยค่อยๆ ดีขึ้น การทรงตัวและความจำกลับมาเป็นปกติ และติดตามอาการ 6 เดือน ไม่พบความผิดปกติหลงเหลือ ผลเลือดกลับมาเป็นลบ
เพจดังกล่าวสรุปว่า ซิฟิลิสไม่ใช่โรคที่จำกัดอยู่เพียงแผลหรือผื่นที่อวัยวะเพศ หากปล่อยไว้นานสามารถลุกลามเข้าสมอง และแสดงอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง สมองเสื่อม หรือความผิดปกติทางจิตเวชได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่อาการอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นภาวะตามวัย
กรณีนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า หากอาการไม่สอดคล้องกับผลตรวจพื้นฐาน แพทย์ควรพิจารณาหาสาเหตุเชิงลึกเพิ่มเติม เพราะบางภาวะที่ดูร้ายแรง หากวินิจฉัยถูกต้องและรักษาทันท่วงที สามารถกลับมาหายเป็นปกติได้
ขอบคุณเพจ Tensia



