สวัสดีวันหยุด พบกับสารพันสาระยานยนต์กับอ้วนซ่า แอบซิ่ง อีกเช่นเคย และสำหรับพี่น้องชาวจีนที่ได้หยุดพักยาวในช่วงเทศกาลตรุษจีน ก็ได้ชาร์จพลังเต็ม พร้อมสำหรับการเดินหน้าลุยกันต่อในปีม้า ที่ร้อนแรงกันนะขอรับ เรื่องราวในตอนนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่ ที่จะส่งผลต่อรถยนต์จากจีนที่จะเดินทางมาสู่บ้านเราในอนาคตอย่างแน่นอน เป็นเรื่องอะไรตามมาดูกัน

            การเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ก็คือ มิติความคิดด้านความปลอดภัย ในปีนี้ทางรัฐบาลจีนได้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงกฏเกณฑ์ด้านการออกแบบรถยนต์ โดยเสนอให้มีการยกเลิก รูปแบบที่มีแนวโน้มว่าจะก่อให้เกิดความเสี่ยงในการใช้งาน เท่าที่เห็นในปัจจุบันนี้ มีด้วยกัน 3 หัวข้อคือ 1. มือเปิดประตูแบบเรียบ/ซ่อนที่เปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า 2. ห้องโดยสารที่เน้นการสั่งงานผ่านหน้าจอทัชสกรีน และ 3. พวงมาลัยแบบไม่เต็มวง

            ทั้งสามสิ่งนี้ล้วนแล้วแต่เป็น สิ่งที่รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน เดินตามแนวทางที่ “เทสล่า” (Tesla) ได้กรุยทางเอาไว้ เริ่มด้วย 1. มือเปิดประตูแบบเรียบ/ซ่อนที่เปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า (Retracable/ Flush Electric controlled door handles) ต้องยอมรับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จากรถไฟฟ้าสารพัดรุ่น เพราะให้ความรู้สึกที่ล้ำสมัย แต่ด้วยหลายอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แล้วผู้โดยสาร และเจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่สามารถเปิดประตูได้หลังจากการชน จากระบบไฟฟ้าถูกตัด ทำให้เปิดประตูไม่ออก แน่นอนว่าจริงๆแล้วในกรณีฉุกเฉินนั้นมีกลไกสำรองอยู่ แต่ด้วยความไม่รู้และด้วยความตื่นตระหนกทำให้ไม่สามารถเปิดประตูออกได้ ดังนั้นกฏใหม่ที่ออกมาระบุว่า “ต้องเปิดได้ด้วยมือ แม้ไฟดับ” แนวโน้มก็คือ อาจจะยังคงมีความเรียบเนียน แต่ก็จะต้องสามารถดึงออกได้ด้วยแรงคน และมีระบบไฟฟ้า และกลไกซ้อนกันอยู่ เพื่อรับประกันว่าจะใช้งานได้ทุกสถานการณ์ กฏนี้จะเริ่มใช้ในปี 2027

            หัวข้อที่ 2 คือการปรับกฏเรื่อง การใช้ระบบทัชสกรีนในการควบคุมทุกสิ่ง ที่ทาง “เทสล่า” ได้บุกเบิกและมีผู้เดินตามเป็นจำนวนมหาศาล เนื่องจากลดต้นทุนการสร้างชิ้นส่วนได้ไม่น้อย ในกติกาใหม่การออกแบบปุ่มควบคุมต่างๆในรถ จะต้องสามารถใช้งานได้แบบ “ไม่ต้องใช้สายตามอง” (Blind Operation) ซึ่งเป็นจุดอ่อนของระบบทัชสกรีน (Touch Screen) ที่ต้องละสายตาจากถนน โดยกำหนดให้ ระบบไฟส่องสว่าง ไฟเลี้ยว ไฟฉุกเฉิน แตร ระบบเกียร์เดินหน้าถอยหลัง (ข้อนี้คือเทสล่า นำไปไว้ในจอทัชกรีนเป็นเจ้าแรก) ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) (ซึ่งมักต้องเข้าเมนูซับซ้อน) ระบบปัดน้ำฝน ระบบไล่ฝ้า กระจกไฟฟ้า ระบบตัดไฟ ฯลฯ จำเป็นต้องมีสวิทช์ที่จับต้องได้ และมีขนาดไม่น้อยว่า 10×10 มม. รวมถึงต้องติดตั้งในตำแหน่งที่คงที่ รองรับการใช้งานโดยไม่ต้องมอง และมีระบบตอบสนองแบบ สัมผัสย้อนกลับ (Haptic Feedback) หรือเสียงยืนยัน กติกาให้นี้จะเริ่มบังคับในวันที่ 1 กรกฏาคม 2026 นี้

            หัวข้อที่ 3 การทบทวนการใช้พวงมาลัยแบบไม่เต็มวง หรือ Yoke แม้ในปัจจุบันนี้จะยังมีผู้ผลิตรถยนต์ที่นำเสนอออฟชั่นพวงมาลัยแบบไม่เต็มวงอยู่เพียงไม่กี่เจ้า อาทิ เทสล่า (อีกแล้ว) เลกซัส (Lexus) เมอร์ซีดีส เบนซ์ (Mercedes Benz) และ ไอเอ็ม (iM) โดยนอกเหนือจากดูล้ำสมัยแล้ว พวกเขายังอ้างว่าช่วยเรื่องทัศนวิสัยที่ไม่บดบังการมอง หรือทางเมอร์ซีดีส เบนซ์เองมีวิจัยว่า พวงมาลัยที่ไม่มีวงด้านบนจะช่วยลดการกระทบกระเทือนศีรษะจากกระแทกเข้ากับขอบพวงมาลัยด้านบน แต่ทั้งหมดนี้มันกลับไม่สอดคล้องการ “รูปแบบการทดสอบ”ความปลอดภัยในการใช้งาน เนื่องจากการที่มันไม่มีขอบด้านบน จึงไม่สามารถทดสอบได้ตามเกณฑ์ ทำให้ไม่สามารถให้การรับรองตามเกณฑ์ได้ ดังนั้นหากต้องการขายต่อไปก็ต้องออกแบบใหม่ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ ไม่ก็ต้องเลิกขายไปก่อนวันที่ 1 กรกฏาคม 2026 นี้ ซึ่งโดยส่วนตัว อ้วนซ่าว่าถึงมันจะดูเท่ แต่น่าจะใช้ไม่ถนัด โดยเฉพาะตอนต้องสาวพวงมาลัยถอยรถเข้าซอง แต่เลกซัส ก็อ้างว่าที่ย่านความเร็วตำ่พวกเขาปรับอัตราทดพวงมาลัยให้หมุนนิดเดียวล้อก็เลี้ยวเยอะได้ เรียกว่าของแบบนี้ต้องลองเองเท่านั้น!

            ถึงอย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ดีต้องความปลอดภัยในการใช้งานแน่นอนขอรับ!