เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วย นางรงค์ลักษณ์ แก้วอ่อน ตัวแทนสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านอำเภอหล่มเก่า ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการและการค้างชำระเงินสงเคราะห์ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือและรายชื่อสมาชิกกว่า 1,000 ราย ผ่านศูนย์ดำรงธรรม ถึงนายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

โดยหนังสือระบุว่า จากกรณีในการประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา สมาชิกมีความสงสัยในความโปร่งใสและการดำเนินงานของสมาคม เพราะมีการห้ามมิให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าว ห้ามมีการไลฟ์สด ไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กับผู้ที่กระทำการดังกล่าว และในเหตุการณ์ในวันนั้นสมาชิกได้สอบถามเรื่องเหตุใดสถานะทางบัญชีของสมาคมถึงติดลบ เพราะมีการเก็บเงินค่าสงเคราะห์เพิ่มทุกปี ทายาทของผู้เสียชีวิตก็ได้เงินสงเคราะห์ไม่ครบตามที่กำหนด แต่คณะกรรมการก็ไม่ได้ตอบคำถาม พร้อมทั้งห้ามไม่ให้สมาชิกซักถามใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้สมาชิกเกิดความไม่ไว้วางใจจึงทำหนังสือขอผ่อนผันการชำระเงินสงเคราะห์ และขอให้นายทะเบียนมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคณะกรรมการดำเนินงาน

แต่ที่ผ่านมาไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น และนอกจากนั้นยังมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ และมีการส่งมอบเงินเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 แต่คณะกรรมการชุดใหม่ไม่ยอมรับมอบเงินเนื่องสถานทางบัญชีและสถานการเงินไม่สัมพันธ์กัน ทั้งยังพบว่าคณะกรรมการชุดเดิม ได้นำเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ไปปล่อยให้กองทุนหมู่บ้านกู้เงินหลายหมู่บ้านและคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 ซึ่งขัดกับระเบียบข้อบังคับที่ห้ามมิให้สมาคมฯ มีการกระทำการที่หวังผลกำไร
ทางสมาชิกจึงได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินงานของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านอำเภอหล่มเก่า รวมทั้งขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินงานของฌาปนกิจทุกแห่งในพื้นที่รวมทั้งนายทะเบียนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อประเมินความเสี่ยงและความถูกต้องตามระเบียบกฎหมายของกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์

หากพบการละเลยต่อหน้าที่หรือการปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบ ขอให้ดำเนินการทางวินัยตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีมีพฤติการณ์เข้าข่ายทุจริตหรือกระทำความผิดตามกฎหมาย ขอให้ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งขอให้เร่งรัดการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่สมาชิกโดยเร็ว.



