เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 24 ก.พ. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ รอง ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.4 บก.ป. ชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. ชุดปฏิบัติการ บก.รน. และเจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC นำกำลังกว่า 40 นาย เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 8 จุดในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาขบวนการซื้อขายซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือข้ามชาติใช้ในการฉ้อโกงออนไลน์และแก๊งสแกมเมอร์หลอกลวงประชาชนและเด็กนักเรียนในพื้นที่ภาคเหนือ

จากการตรวจสอบสามารถจับกุม น.ส.จิราภรณ์ อายุ 36 ปี ชาว จ.เชียงราย ตามหมายจับศาลจังหวัดฝาง ที่ จ.15/69 ลงวันที่ 23 ก.พ. ข้อหา “ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อให้มีการซื้อหรือขายหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้ในนามของบุคคลอื่น, ร่วมกันใช้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลอื่น ไม่ว่าทางตรงทางอ้อม เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด, ร่วมกันเก็บรวบรวมครอบครองหรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อนำไปใช้ให้บุคคลอื่นในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยการขายหรือแสวงหาประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย” ได้ที่บ้านเช่าเลขที่ 754 หมู่ 4 ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางซิมการ์ดโทรศัพท์หลายร้อยหมายเลขบรรจุในกล่องพัสดุ

น.ส.เบญจมาศ อายุ 29 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ตามหมายจับศาลจังหวัดฝาง ที่ จ.16/69 ลงวันที่ 23 ก.พ. ได้ที่บ้านพักเลขที่ 164/2 หมู่ 7 ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และจับกุมนายปรัชญา อายุ 36 ปี ชาว จ.พะเยา พนักงานขายบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฝาง ที่ จ.14/69 ลงวันที่ 23 ก.พ. ได้ที่บ้านเลขที่ 399/17 ต.ท่าสาย อ.เมือง จ.เชียงราย โดยทั้งสองตกเป็นผู้ต้องหาในข้อหาเช่นเดียวกันกับ น.ส.จิราภรณ์

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักต้องสงสัยใน อ.แม่สาย และ อ.เทิง เชียงราย อีก 5 จุด เพื่อค้นหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิด

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 68 ACSC ได้รับแจ้งการหลอกลวงฉ้อโกงออนไลน์ช่วงต้นเดือน ธ.ค. ผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ 8 เคสไอดี พบว่าหมายเลขโทรศัพท์คนร้าย 7 หมายเลขมีความผิดปกติเป็นพิเศษ เนื่องจากลงทะเบียนซิมการ์ดที่แตกต่างจากการกระทำความผิดในคดีอื่นๆ โดยถูกลงทะเบียนผู้ใช้งานด้วยเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีพฤติการณ์หลอกลวงเหยื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หลอกให้โอนเงินคำเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า ทาง พล.ต.ท.จิรภพ และ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ จึงสั่งการให้ตำรวจและชุดสืบสวน กก.4 บก.ป. ลงพื้นที่สืบสวนหาข้อเท็จจริง พบว่าช่วงเวลา 09.00-12.00 น. วันที่ 17 พ.ย. 68 ที่ โรงเรียนบ้านสุขฤทัย ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา และวันที่ 24 พ.ย. ในช่วงเวลาเดียวกันที่โรงเรียนบ้านห้วยศาลา โรงเรียนระดับประถมศึกษาใน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ได้มีกลุ่มคนประมาณ 4 คน อ้างมาจากบริษัทเครือข่ายให้บริการโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตรายใหญ่แห่งหนึ่ง สาขา จ.เชียงราย มาติดต่อกับทางโรงเรียนว่าจะแจกชิมการ์ดอินเทอร์เน็ตให้กับนักเรียนเพื่อสนับสนุนการศึกษา ทำให้นักเรียนจำนวนมากสนใจและสมัครใช้งาน

โดยกลุ่มคนดังกล่าวได้ขอบัตรประชาชนของนักเรียนไปทำสำเนา และสแกนใบหน้าเพื่อเปิดการใช้งาน จึงเชื่อว่าบุคคลที่อ้างว่าเป็นพนักงานของบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ 4 คน น่าจะนำข้อมูลซิมการ์ดโทรศัพท์ไปขายให้กับเครือข่ายสแกมเมอร์ไปใช้กระทำความผิดแล้วอย่างต่ำ 8-10 ราย จึงประสาน ผอ.โรงเรียนทั้งสองทราบและให้พาเข้าแจ้งความกับ พงส.สภ.แม่อาย เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 68 จนมีการออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาและสามารถจับกุมตัวเอาไว้ได้ดังกล่าว

สอบสวนทั้งสามยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เบื้องต้นนำตัวพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามขั้นตอนและขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากแนวทางการสืบสวนพบว่ามีเด็กนักเรียนตกเป็นเหยื่อทั้งสองโรงเรียนรวมกันมากกว่า 200 ราย และอาจจะมีโรงเรียนอื่นๆ ในพื้นที่ภาคเหนือตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งชุดสืบสวนเชื่อว่าซิมการ์ดที่เปิดใช้บริการโดยเด็กนักเรียนเหล่านี้ ถูกขายให้กับแก๊งสแกมเมอร์ที่ฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ชายแดนติดกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ขณะนี้ทางตำรวจกำลังประสานกับบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ดังกล่าว เพื่อระงับใช้หมายเลขที่เปิดใช้บริการจากเด็กนักเรียนโดยเร่งด่วนแล้ว.