จากกรณีที่อดีตพิธีกรฝีปากกล้า “ม้า อรนภา” ถึงกับทนไม่ไหว ต้องออกมาโพสต์อินสตาแกรมระบายความอัดอั้นหลังเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากการถูกผู้ไม่หวังดีแจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่บุกตรวจร้าน เหตุเพราะไม่ติดป้ายราคาสินค้าห่อหมกให้ชัดเจน จนเจ้าตัวถึงกับลั่นว่า จะแกล้งกันไปถึงไหน ตามที่ข่าวได้นำเสนอมาแล้วนั้น

ล่าสุด ม้า อรนภา ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงประเด็นดังกล่าวว่า “เมื่อวานนี้ที่มีเจ้าหน้าที่บุกไปที่ร้าน คือเมื่อวานเจ้าหน้าที่มาที่ร้านกันตั้ง 5 คน ตอนแรกเราก็ไม่รู้หรอกว่าเขามา เพราะเราก็ขายของอยู่ ลูกค้าก็เยอะตลอดเวลา พอสักพักเขาก็มายืนอ่านรายละเอียดให้ฟังว่า มาจากกองการกรมการควบคุมราคาสินค้าอะไรสักอย่าง ชื่อแปลกๆ จำไม่ค่อยได้ เขาบอกว่ามีคนมาร้องเรียนว่าสินค้าของเราที่เป็นห่อหมก ไม่ได้ติดราคาเอาไว้

คือจริงๆ เราขายมาตั้งแต่ช่วงโควิด จะ 6 ปีแล้ว เราก็ไม่ได้สนใจ แต่สินค้าอื่นๆ นอกเหนือจากห่อหมก ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริก แกง หรือไข่พะโล้ เราก็มีป้ายบอกราคาไว้หมดนะคะ สาเหตุที่บอกราคาไว้ เพราะขี้เกียจคอยตอบคำถามลูกค้าแค่นั้นเอง ไม่ได้คิดอะไรเลย เราไม่ได้เป็นแม่ค้ามืออาชีพมาก่อน ไม่ได้ศึกษาเรื่องว่าการขายสินค้ามันจะต้องมีราคาแปะอยู่ทุกอย่าง ส่วนห่อหมกเนี่ย ด้วยความที่มันเป็นใบตองและมันก็ร้อนๆ เราก็ไม่รู้จะแปะป้ายตรงไหน อันนี้ยอมรับว่าไม่ได้คิด สะเพร่าเอง แต่อันอื่นคือเราไม่ได้อยากจะบอกราคาให้กับลูกค้า เพราะจะให้ลูกค้าดูเอา แต่ลูกค้าก็ถามอยู่ดี ก็เป็นนิสัยคนไทยเนาะ

จนกระทั่งมีคนมาร้องเรียน ก็ตกใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น พอเขาอธิบายไป อารมณ์เราก็เริ่มเปลี่ยนแบบหงุดหงิดว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ ก็มีอารมณ์เสียบ้าง แล้วก็มีประโยคหนึ่งที่ถามเขาไปว่า “ใครเป็นคนแจ้ง?” เขาก็บอกว่าบอกไม่ได้ แต่มีข้อความที่เขียนมาร้องเรียน เดี๋ยวจะอ่านให้ฟัง แต่พี่อย่าอารมณ์เสียนะ เพราะมันเป็นประโยคที่ฟังแล้วอารมณ์เสียจริงๆ

เขาเขียนมาว่า “อย่าให้คดีความมันไม่ดำเนินไปนะ ด้วยสาเหตุที่ดิฉันเป็นคนมีชื่อเสียงและอิทธิพล” พอฟังประโยคนี้ปั๊บ รู้เลยว่านี่คือการแกล้งกัน เพราะถ้าหวังดีจริงๆ เดินมาบอกกันดีๆ ก็ได้ ฉันยังพูดกับพนักงานเลยว่า ทำไมไม่มาบอกกันล่ะ เพราะเราไม่รู้จริงๆ ไม่ได้จะหลบเลี่ยงความผิด ถ้าบอกว่า “คุณม้ามีคนเขาร้องเรียนนะว่าไม่ติดราคาห่อหมก ช่วยติดหน่อยนะ” เราก็ทำเลย เพราะอันอื่นเราก็ทำ แต่นี่มากัน 5 คน เหมือนดิฉันเป็นโจร แล้วดิฉันไลฟ์สดใน TikTok เป็นประจำอยู่แล้วตอนอยู่แผงขายของ คนก็เลยได้เห็นตอนนั้นว่าเราวีนฉ่ำเลย มันหงุดหงิดน่ะ ว่าแค่เรื่องนี้ทำไมต้องมากันขนาดนี้

ถามว่าสงสัยใครไหม ไม่สงสัยเลย จะสงสัยใครล่ะ แต่ก็เคยเข้าไปอ่านในคอมเมนต์นะ มีคนถามว่าราคาเท่าไหร่ เราก็บอกไปว่า 80 บาท บางคอมเมนต์ก็ถามว่าทำไมไม่ติดป้ายราคา เราก็คอมเมนต์ตอบไปว่าลูกค้าเขารู้กันอยู่แล้ว ขายมานานจะ 6 ปีแล้ว ลูกค้าใหม่ที่มาถามเราก็แจกแจงให้ฟัง เพราะราคามันต่างกันตามส่วนต่างๆ เช่น เนื้อ พุง อก หัวคาง หรือชนิดของปลา เราก็จะบอกไปเท่านั้นเอง แต่เราก็บอกกับพนักงานไปแล้วว่าจะทำ ซึ่งตอนแรกเขาบอกว่าอาจจะปรับ 10,000 บาท โอ๊ย…วีนหนักกว่าเดิมอีก ฉันแผงลอยนะ แต่เจ้าหน้าที่เขาก็อธิบายต่อว่า ถ้าเป็นแผงลอยและทำผิดครั้งแรกแบบนี้ จะปรับแค่ 200 บาท ฉันก็บอกว่าเอาไปเลย แต่เขาบอกว่าต้องทำหนังสือ ฉันก็บอกนะว่าไม่ไปโรงพักที่นนทบุรีนะมันไกล เขาก็บอกว่าไม่ต้อง พี่โอนเอาได้เลย

ส่วนสงสัยไหมว่าเป็นคู่แข่งแกล้งหรือเปล่า ไม่สงสัยเลย ในที่ตรงนั้นเรารักกันหมดทุกร้าน ไม่มีคู่แข่งหรอกเพราะไม่มีใครขายห่อหมกเหมือนดิฉัน ร้านอื่นเขาขายอย่างอื่น ร้านอาหารไทย ร้านญี่ปุ่นที่นั่นเขายังมาซื้อห่อหมกดิฉันไปให้ลูกค้าเขาทานในร้านได้เลย ดิฉันเองก็อุดหนุนร้านเขาทุกร้านเหมือนกัน ทุกคนรักกันดีค่ะ”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Ornapa Krisadee