อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักความอบอุ่นแบบทวีคูณเลยจ้า สำหรับครอบครัวของนักร้องซูเปอร์สตาร์หนุ่ม เจมส์เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ และภรรยาสาวคนเก่ง ครูก้อยนัชชา ลอยชูศักดิ์ หลังจากที่ได้ต้อนรับโซ่คล้องใจดวงที่สองอย่าง น้องมีเมตตา ที่เพิ่งลืมตาดูโลกไปเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา 

ล่าสุดทั้งคู่ได้ควงแขนกันมาร่วมงานฉลองก้าวสู่ปีที่ 9 ของ GFC งานนี้สื่อมวลชนไม่พลาดพุ่งตัวไปอัปเดตวิถีคุณพ่อคุณแม่ลูกสองมาให้แฟนๆ ได้ฟังกัน งานนี้ทั้งคู่เปิดอกเล่าถึงวินาทีสุดชุลมุนในช่วงเดือนแรกแบบขำปนเอ็นดู 

โดยหนุ่มเจมส์ยอมรับว่า “สำหรับลูกคนที่สองตอนนี้อยู่ในช่วงกำลังน่ารักเลยครับ แต่ช่วงเดือนแรกของการเลี้ยงน้องมีเมตตา ต้องยอมรับว่าไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย ทั้งผมกับครูก้อย กลางวันนี่แทบจะไม่ไหว เบลอเลยครับ บางทีก็ตื่นทุกชั่วโมงด้วยซ้ำไปครับ แต่พอเริ่มเดือนที่ 2 เริ่มจัดระบบได้แล้ว ก็เลยแบ่งเวรกันเข้ากะ ได้พักผ่อนกันบ้าง แล้วก็มีคุณป้ามาช่วยเลี้ยง ตอนนี้สบายขึ้นแล้ว 

ถามว่ามีการคุยหรือปูพื้นฐานให้ลูกคนโตก่อนไหม คือเราให้เขามีส่วนร่วมตั้งแต่ Day One เลยครับ ทุกโมเมนต์ของการมีน้อง เขาเลยรักน้องมาก ส่วนเรื่องลูกคนที่3 ตอนนี้กำลังคุยกันอยู่ครับ ยังไม่ตัดสินใจเด็ดขาด ส่วนผมอยากมีนะ แต่อยากเข้ากระบวนการทำตัวอ่อนฝากไว้ที่ GFC ก่อน ส่วนจะใส่หรือไม่ใส่ค่อยว่ากัน แต่อยากได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์แข็งแรง ถ้าเป็นลูกชายก็ดีมากครับ“

ครูก้อย เผยต่อว่า “เราสองคนเบลอชนิดที่ว่ายืนหลับได้เลยค่ะ เพราะเด็กจะตื่นทุกๆ 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะมีเมตตาจะเป็นเด็กที่กินเก่งมาก แต่กลางวันไม่ค่อยมีปัญหาเพราะมีป้ามาช่วย แต่กลางคืนช่วงแรกไม่ลงตัวเลยค่ะ เพราะมันเปลี่ยนตลอด ตอนแรกจะให้พี่เจมส์ดูช่วงเที่ยงคืนถึงตี 3 ส่วนก้อยจะเอาลูกคนโตนอนตอน 3 ทุ่ม แล้วตื่นมารับกะตอนตี 3 เพื่อให้น้องกินนม เพราะน้องจะตื่นทุก 2-3 ชั่วโมง แต่ปรากฏว่าพอกลางคืนลูกอยากเข้าเต้า พอไม่เจอเต้าเขาก็ไม่ยอม สรุปยังไงก็ต้องเป็นคุณแม่ เลยต้องปรับใหม่ ให้ก้อยดูช่วงตี 3 แล้วคุณพ่อดูช่วง 3 ทุ่มแทน ปรับจูนกันแบบนี้ค่ะ แต่คุณพ่อไม่ได้มีแค่ภารกิจน้องมีเมตตาคนเดียว ยังมีน้องเมดาด้วย (เจมส์ : ”ใช่ครับ 6 โมงเช้าผมต้องไปส่งเมดาที่โรงเรียน บันเทิงมากครับชีวิตช่วงนี้ แต่ตอนนี้ลงตัวแล้วครับ)

การเลี้ยงลูกสองคน สำหรับความยากง่าย จริงๆ เลี้ยงง่ายทั้งคู่ค่ะ คือกินกับนอนตามเวลา เพียงแต่เขาตื่นถี่เลยทำให้เราไม่ได้นอน และอายุเราตอนนี้ห่างจากตอนมีคนแรก 7 ปี ร่างกายมันไม่เหมือนเดิม ตอนแรกกะว่าจะเลี้ยงเอง 100% เหมือนตอนเมดา แต่สุดท้ายร่างกายมันไม่ได้ เพราะอดนอนวันเดียวเช้ามาคือเบลอ ลอยเลย ก็เลยต้องให้คุณป้าเข้ามาช่วยค่ะ แล้วพี่สาว (น้องเมดา) คนนี้รู้ทุกขั้นตอนเลยค่ะ ตั้งแต่เก็บไข่ ดูตัวอ่อน เขารู้กระบวนการทั้งหมด วันเช็คฮอร์โมนเขาก็เห็นเป็นคนแรก วันคลอดก็มาเยี่ยมตั้งแต่วันแรก เขารักน้องมากค่ะ ไม่มีความรู้สึกอิจฉาน้องอย่างที่หลายคนเตือนเลย เวลาไปโรงเรียน คุณครูหรือเจ้าหน้าที่ก็จะบอกว่า เมดาเล่าเรื่องน้องให้ฟังหมดเลย เขาภูมิใจที่มีน้องมาก ตอนนี้แทนที่เราจะให้ป้าช่วยดูเมดาตอนกลางคืนเพื่อให้เขาได้นอนเต็มที่ก่อนไปโรงเรียน กลายเป็นว่าเมดาไปนอนห้องเดียวกับน้องค่ะ ตกลงพ่อกับแม่เลยได้นอนกัน 2 คนแทนเพราะลูกเห่อน้องมาก

ส่วนปัญหาเรื่องพี่น้องเข้ากันไม่ได้ ไม่มีเลยค่ะ อาจจะเพราะอายุห่างกัน 7 ปี เขาเริ่มโตแล้ว เข้าใจอะไรมากขึ้น อยากช่วยเลี้ยง อยากป้อนนม อยากอุ้ม ก้อยก็ให้ทำนะคะแต่ต้องนั่งอุ้ม (เจมส์ : “ตอนแรกเรากังวลมากครับว่าถ้าเราให้เวลากับน้องมีเมตตามากไป เมดาจะรู้สึกยังไง เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมาก”) ใช่ค่ะ เรากังวลไปเองเยอะมากตามที่คนอื่นแนะนำ แต่พอเอาเข้าจริง เมดากลับบอกว่าให้ไปดูแลน้องก่อน ไปเทคแคร์น้องก่อน แล้วเขาจะไปช่วยเทคแคร์ด้วย กลายเป็นแบบนั้นไป (เจมส์ : “สรุปคือพ่อแม่คิดเยอะไปเองครับ ลูกไม่เป็นไรเลย”)

การมีลูกคนที่สองเข้ามา ถามว่ามาเติมเต็มชีวิตยังไงบ้าง ตอนมีเมดาคนแรก ก้อยรู้สึกว่าชีวิตมันฟูลฟิลแล้วนะ เลยเว้นช่วงตั้ง 7 ปี แต่พอถึงจุดหนึ่งที่ลูกเริ่มโต 7-8 ขวบ เริ่มมีเพื่อน เราจะเริ่มอยากได้ลูกอีกคนจริงๆ พอได้สบตาตอนให้นมคนเล็ก โมเมนต์นั้นมันกลับมาหมดเลย หลงลูกมาก จนตอนแรกเกรงใจคนโต ไม่กล้าจูบคนเล็กต่อหน้าเขา ต้องหลบๆ เหมือนแอบมีกิ๊กเลยค่ะ จนต้องมาคุยกับพี่เจมส์ว่า เราไม่ได้มีกิ๊กนะ เรามีแฟน 2 คน เรารักเท่ากัน เปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เพราะตอนแรกก้อยรู้สึกผิดกับเมดาที่ปันใจไปหลงเด็กอ่อน (เจมส์ : ”สุดท้ายมันไม่ใช่การปันใจครับ แต่มันคือการที่เรามีหัวใจ 2 ดวง พอเมดามีน้องเขาก็เข้าใจและช่วยกันดูแลน้อง ชีวิตครอบครัวก็เติมเต็มมากขึ้นไปอีกครับ“)

ส่วนการตัดสินใจเรื่องจะมีคนที่ 3 แอบคิดนิดๆ ค่ะว่าอยากมีลูกชาย แต่จริงๆ ตอนนี้ก็ฟูลฟิลแล้วแหละ เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะอยากมีอีกไหม ถ้าไม่ทำอะไรตอนนี้ เช่น เก็บตัวอ่อนไว้ก่อน ด้วยวัยก็อาจจะไม่ได้แล้ว เลยต้องตัดสินใจว่าจะเอาหรือไม่เอา แต่อย่างน้อยอาจจะเก็บตัวอ่อนไว้ก่อนค่ะ ถามน้องเมดาไหมว่าอยากมีน้องเพิ่มไหม เขาไม่อยากมีแล้วค่ะ แต่ถ้าจะมีเขาบอกจะเอาน้องสาวอีกคน เขาชอบผู้หญิงเพราะดูนุ่มนวล

คือตอนนี้เรามีแต่ตัวอ่อนผู้หญิงค่ะ ถ้าอยากได้ผู้ชายก็ไม่รู้ต้องทำอีกกี่ครั้ง ก้อยเองก็อยากกลับมาดูแลรูปร่าง ดูแลตัวเองบ้าง ไม่อยากเป็นแม่พันธุ์ไปอีกปีสองปี ตอนนี้เลยต้องเลือกระหว่างจะมีลูกเพิ่มหรือจะกลับมาเป็นตัวเองค่ะ“

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก jamesruangsak.co.th