น.ส.วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย  เปิดเผยว่า   ในปีนี้ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะขยายตัวจากมูลค่าราว 9.7 แสนล้านบาท ในปี 68 สู่ 1.8 ล้านล้านบาท ในปี 73 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีสูงกว่า 14% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่มุ่งเน้นการเติบโตผ่านมูลค่าต่อคำสั่งซื้อ แทนที่การเติบโตเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว สอดคล้องกับรายงาน เดอะ ไรซ์ ออฟ ออเทนทิซิตี้-ดริฟเวน อีคอมเมิร์ซ อิน ไทยแลนด์  ที่ชี้ให้เห็นว่าสัดส่วนการใช้จ่ายของผู้บริโภคในภูมิภาคไหลเข้าสู่มาร์เก็ตเพลสรูปแบบ มอลล์หรือศูนย์รวมร้านค้าทางการของแบรนด์ต่าง ๆ มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 12% ในปี 63 เพิ่มขึ้นเป็นราว 30% ในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะขยายตัวแตะ 55% ภายในปี 73 

“ปัจจุบัน ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยได้ก้าวข้ามยุคการแข่งขันที่ขับเคลื่อนด้วยราคาและโปรโมชันเพียงอย่างเดียว สู่ยุค Confidence Commerce คือ การมีความเชื่อมั่น และ ความไว้วางใจ ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะลาซมอลล์ ที่มีสินค้าแบรด์แท้  100%  ทั้งแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ไทยที่มีศักยภาพ ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ พร้อมนำเสนอสินค้าและแบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟที่มีวางจำหน่ายเฉพาะที่ลาซาด้าเท่านั้น เพื่อตอบรับดีมานด์ของนักช้อปที่มองหาคุณภาพและความแตกต่างอย่างแท้จริง”

วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย

น.ส.วาริสฐา กล่าวต่อว่า พฤติกรรมผู้บริโภคคนไทย พร้อมขยับเพดานการใช้จ่ายเพื่อแลกกับสินค้าคุณภาพจากแบรนด์แท้ที่น่าเชื่อถือ สอดคล้องกับอินไซต์ของลาซาด้าในช่วงแคมเปญ 12.12 ที่ผ่านมาที่มียอดขายสินค้าแบรนด์บน ลาซมอลล์ เติบโตขึ้นถึง 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยังมีมูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ย สูงกว่าวันปกติถึง 2.5 เท่า  โดยลาซาด้า ประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญและเติบโตมากสุดในภูมิภาค  ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา สินค้าแบรนด์แท้ในหมวดหมู่แฟชัน ความงาม และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยังคงเป็นฟันเฟืองหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเซกเมนต์พรีเมียม ตอกย้ำพฤติกรรมนักช้อปไทยที่ให้ความสำคัญกับสินค้าแบรนด์คุณภาพในทุกหมวดหมู่ ซึ่งภายในสินปีนี้ จะมีสินค้า แบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาขายบนลาซมอลล์ เพิ่มขึ้นอีกหลายราย

“ในขณะเดียวกัน ลาซาด้ายังมุ่งสร้างประสบการณ์ช้อปปิงที่วางใจได้ในทุกคำสั่งซื้อผ่าน ‘4 การันตี’ (การันตีสินค้าแบรนด์แท้ 100% – จัดส่งตรงเวลา – คืนสินค้าพร้อมเงินคืนไว – การันตีสต็อกพร้อม) ตลอดจนโปรแกรมสมาชิก ควบคู่กับการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนแบรนด์พันธมิตรและผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัวรับความคาดหวังที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมาตรฐานความเชื่อมั่นที่ LazMall สร้างขึ้นนี้ ไม่เพียงช่วยขับเคลื่อนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค แต่ยังเป็นแรงส่งสำคัญในการยกระดับแบรนด์ไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงและแข่งขันได้ในระยะยาว”

ด้่น นาย ภีม เบ็ญจศิริวรรณ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และข้อมูลเชิงลึก CUBE INSIGHTS ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มรูปแบบ Mall สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผลสำรวจระบุว่ากว่า 91% ของนักช้อปไทยซื้อสินค้าแบรนด์แท้ผ่าน Mall เป็นประจำ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าการช้อปปิงผ่านร้านค้าทางการบน Mall ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทย โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การซื้อสินค้าพรีเมียมหรือการช้อปในโอกาสพิเศษอีกต่อไป”

ภีม เบ็ญจศิริวรรณ

“พฤติกรรมดังกล่าวมี ‘คุณภาพสินค้า’ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยพบว่า 77% ของผู้ซื้อระบุว่าคุณภาพมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ซึ่งสูงกว่าปัจจัยด้านราคาที่รองลงมาเป็นอันดับสอง ตอกย้ำว่าสินค้าแท้บน Mall คือช่องทางสำคัญที่ช่วยลดความกังวลและเอื้อต่อการตัดสินใจซื้ออย่างรอบคอบ ทั้งในเรื่องความมั่นใจว่าเป็นของแท้ การรับประกัน และบริการหลังการขาย นอกจากนี้ ผู้บริโภคกว่า 67% ยังพร้อมจ่ายเพิ่มขึ้นอีก 5-10% เพื่อแลกกับความอุ่นใจและการันตีสินค้าแบรนด์แท้ โดยแนวโน้มนี้เห็นได้ชัดเจนในหมวดความงาม (81%) ตามมาด้วยแฟชัน (75%) และเครื่องใช้ไฟฟ้า (62%) ตามลำดับ”

นอกจากนี้ อินไซต์พฤติกรรมการช้อปปิงยุคใหม่ยังมีความซับซ้อนและใช้หลากหลายทัชพอยต์ควบคู่กัน โดยนักช้อปกว่า 71% มีพฤติกรรม ‘Showrooming’ ที่เลือกชมสินค้าจากหน้าร้านออฟไลน์ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อออนไลน์ และมีแนวโน้มว่าสัดส่วนการซื้อสินค้าในหมวดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือจะย้ายไปสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะจากร้านค้าทางการบนแพลตฟอร์ม ในขณะที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทอย่างมากในช่วงการค้นหาข้อมูล แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่นจากรีวิวผู้ใช้จริง ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และการรับรองจากแพลตฟอร์ม ซึ่งสอดคล้องกับการเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมของลาซาด้าอย่างต่อเนื่อง ในการนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์และมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่เข้าถึงความต้องการของลูกค้าอย่างแม่นยำและไร้รอยต่อยิ่งขึ้น