สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบาสแตร์ ประเทศเซนต์คิตส์และเนวิส เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่า นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดประชาคมแคริบเบียน (แคริคอม) ที่เซนต์คิตส์และเนวิส โดยประเด็นสำคัญของการหารือ คือความวุ่นวายทางเศรษฐกิจของคิวบา ซึ่งมีความกังวลว่า อาจสร้างแรงกระเพื่อมให้ทั้งภูมิภาคขาดเสถียรภาพ
ขณะที่รูบิโอกล่าวว่า เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกิดเสรีภาพทางเศรษฐกิจและทางการเมืองสำหรับชาวคิวบา สหรัฐจะอนุญาตให้มีการส่งออกน้ำมันจากเวเนซุเอลาไปยังภาคเอกชนของคิวบา เพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์และเพื่อมนุษยธรรม
อย่างไรก็ตาม รูบิโอเตือนว่า มาตรการคว่ำบาตรจะถูกนำกลับมาใช้ทันที หากน้ำมันเหล่านั้นตกไปอยู่ในมือของรัฐบาลหรือกองทัพคิวบา ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควบคุมเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของประเทศ และรัฐบาลฮาวานา “ไม่ปฏิรูปอย่างจริงจัง”
US President Trump had vowed to stop Venezuelan oil from reaching Cuba, sparking a crisis on the island. Now the US government is easing its restrictions as top US diplomat Rubio meets concerned Caribbean leaders. https://t.co/4b5hQNHGpd
— DW News (@dwnews) February 26, 2026
รูบิโอกล่าวด้วยว่า วิกฤติการณ์ที่คิวบากำลังเผชิญในขณะนี้ อาจเลวร้ายยิ่งกว่าช่วงเวลาใด นับตั้งแต่การปฏิวัติของฟิเดล คาสโตร เมื่อปี 2502 โดยนิยามว่าเป็น “ระบบที่กำลังล่มสลาย”
ด้านนายกรัฐมนตรีแอนดรูว์ โฮลเนส ผู้นำจาเมกา กล่าวว่า ความทุกข์ยากด้านมนุษยธรรมจะไม่จำกัดอยู่แค่ในคิวบา แต่จะกระทบทั้งภูมิภาคและกระตุ้นให้เกิดการอพยพครั้งใหญ่ ส่วนรัฐบาลแคนาดาประกาศมอบเงินช่วยเหลือ 8 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ราว 181.93 ล้านบาท) ให้แก่คิวบา เพื่อบรรเทาวิกฤติขาดแคลนเชื้อเพลิงและไฟฟ้าดับ
อนึ่ง รูบิโอเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของสหรัฐ ซึ่งยังอยู่ในตำแหน่ง ที่ไปเยือนเซนต์คิตส์และเนวิส ประเทศขนาดเล็กในทะเลแคริบเบียน ที่เป็นบ้านเกิดของนายอเล็กซานเดอร์ แฮมิลตัน หนึ่งในรัฐบุรุษผู้ก่อตั้งสหรัฐ.
เครดิตภาพ : AFP



