สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่า รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐของไอเอ็มเอฟ ครอบคลุมช่วงปีแรกหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ซึ่งเขาใช้มาตรการภาษีอย่างกว้างขวางกับทั้งพันธมิตรและคู่แข่ง เพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐ และกระตุ้นการผลิตภายในประเทศ

มาตรการภาษีที่เปลี่ยนแปลงไปมาของทรัมป์ ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและตลาดการเงิน อีกทั้งในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลของทรัมป์ยังพยายามลดการพึ่งพาแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีเอกสารอนุญาต และลดบทบาทของรัฐบาลกลางในระบบเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟระบุว่า รัฐบาลวอชิงตันควรทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างสร้างสรรค์ เพื่อแก้ไขข้อกังวลเกี่ยวกับแนวทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงตกลงกันในการลดข้อจำกัดทางการค้า และการบิดเบือนนโยบายอุตสาหกรรมที่มีผลกระทบเชิงลบข้ามพรมแดน

“เมื่อมาตรการทางการค้าและการลงทุน รวมถึงภาษีและการควบคุมการส่งออก ถูกนำมาใช้ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ นโยบายเหล่านี้ควรถูกบังคับใช้อย่างจำกัด” ไอเอ็มเอฟ เรียกร้อง

ด้านนางคริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการใหญ่ของไอเอ็มเอฟ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รายงานฉบับนี้ถูกจัดทำขึ้นก่อนที่ศาลฎีกาสหรัฐตัดสินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ภาษีหลายรายการของทรัมป์ “ขัดต่อรัฐธรรมนูญ” พร้อมกับเสริมว่า ไอเอ็มเอฟจะพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงนี้.

เครดิตภาพ : REUTERS