เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่อาคารหอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายประสพ เรียงเงิน ปลัดวธ. เป็นประธานในงานแถลงข่าวโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และพิธีร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนางานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยระหว่างสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) และกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยกับเครือข่ายด้านศิลปะร่วมสมัย โดยมีคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย และนางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผอ. สศร. ร่วมแถลงข่าว

นายประสพ กล่าวว่า สศร.เป็นหน่วยงานหลักในการทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่กิจกรรมสร้างสรรค์และต่อยอดงานศิลปะร่วมสมัย ซึ่งในการดำเนินการได้บูรณาการความร่วมมือเชิงรุก ระหว่างสศร. กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย เครือข่ายศิลปะร่วมสมัยและภาคส่วนต่างๆ เพื่อสนับสนุนศิลปินและผู้ประกอบการด้านศิลปะร่วมสมัยเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดในการเปลี่ยนต้นทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ สืบสาน สร้างสรรค์และนำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืนด้วยแนวคิด ไท ไทย ซึ่งมุ่งเน้นการนำรากเหง้าแห่งภูมิปัญญา วัฒนธรรม ศิลปะ หรืออัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ช่วยสร้างอาชีพและรายได้สู่ศิลปิน ประชาชนและชุมชน
คุณหญิงปัทมา กล่าวว่า กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยได้สนับสนุนการทำงานของศิลปินและองค์กรทางศิลปวัฒนธรรมครอบคลุมศิลปะทุกสาขา นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2561 – 2569 กองทุนฯได้ส่งเสริมโครงการไปแล้วทั้งหมด 367 โครงการ และจัดสรรเงินสนับสนุนรวมกว่า 116 ล้านบาท โดยในปี 2569 มีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมทั้งหมด 44 โครงการ ครอบคลุม 9 สาขา ได้แก่ ทัศนศิลป์, วรรณศิลป์, ดนตรี, ศิลปะการแสดง, ภาพยนตร์, สถาปัตยกรรม, มัณฑนศิลป์, เรขศิลป์ , ออกแบบเครื่องแต่งกาย ซึ่งทุกโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากกองทุนฯ มีความโดดเด่น และมีเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตนเอง

คุณหญิงปัทมา กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังได้มีการขยายฐานความร่วมมือสู่ระดับสถาบันการศึกษาและระดับนานาชาติ ระหว่างสศร. และกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยกับเครือข่ายด้านศิลปะร่วมสมัย ได้แก่ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา และ Cheongju Craft Biennale โดย Cheongju Craft Biennale Organizing Committee ซึ่งการลงนาม MOU ในครั้งนี้ ทำให้การบูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริมการสร้างสรรค์ การพัฒนาและเผยแพร่ผลงานศิลปะร่วมสมัยให้มีความเข้มแข็งและก้าวไปสู่ระดับนานาชาติมากขึ้น



