เมื่อวันที่ 4 ส.ค.นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความระบุว่า

กรดไหลย้อนเรื้อรังไม่หาย! สัญญาณเตือนแบบไหนต้องส่องกล้อง?

อาการกรดไหลย้อนเป็นเรื่องที่หลายคนมักคิดว่า “เดี๋ยวก็คงหาย” ครับ แสบร้อนกลางอก เรอบ่อย จุกคอ กินยาลดกรดแล้วดีขึ้นก็เลยปล่อยไป

แต่ปัญหาคือ ถ้าเป็นบ่อย เป็นนาน หรือเริ่มมีอาการบางอย่างร่วมด้วย เราไม่ควรเหมารวมว่าเป็นกรดไหลย้อนธรรมดาทุกครั้ง เพราะบางคนอาจมีหลอดอาหารอักเสบ แผลตีบ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุหลอดอาหารจากกรดเรื้อรังได้

ตรงนี้การส่องกล้องไม่ได้มีไว้ “หามะเร็งอย่างเดียว” ครับ แต่ช่วยดูว่าหลอดอาหาร กระเพาะ และบริเวณรอยต่อระหว่างสองส่วนนี้กำลังมีอะไรเกิดขึ้นจริง

1. กลืนลำบาก หรือรู้สึกว่าอาหารติดคอ

ถ้าเริ่มรู้สึกว่าอาหารแข็งลงยาก ต้องดื่มน้ำตามบ่อย หรือเหมือนอาหารค้างอยู่กลางอก อันนี้ผมไม่อยากให้ปล่อยครับ เพราะอาการกลืนลำบาก หรือ Dysphagia อาจเกิดจากหลอดอาหารอักเสบมากจนตีบ มีพังผืด หรือมีความผิดปกติอื่นที่ต้องดูให้ชัด

บางคนเริ่มจากเนื้อหรือข้าวติดก่อน แล้วค่อย ๆ เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้ยิ่งควรประเมินครับ

2. กลืนแล้วเจ็บ

อีกอาการที่ต่างจาก “กลืนลำบาก” คือ กลืนแล้วเจ็บ หรือ Odynophagia คนที่มีอาการนี้อาจรู้สึกแสบหรือเจ็บกลางอกทุกครั้งที่กลืนอาหารหรือน้ำ

ตรงนี้อาจเกี่ยวกับแผลหรือการอักเสบของหลอดอาหารจากกรด ยา การติดเชื้อ หรือสาเหตุอื่นครับ ถ้าเจ็บชัดและเป็นต่อเนื่อง ผมไม่แนะนำให้กินยาลดกรดวนไปเรื่อย ๆ โดยไม่หาสาเหตุ

3  น้ำหนักลดเอง ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ

ถ้าเป็นกรดไหลย้อนแล้วน้ำหนักลดลงชัด โดยไม่ได้ตั้งใจลด ผมจะให้ความสำคัญมากขึ้นครับ เพราะอาจเกิดได้จากหลายเหตุ เช่น กินได้น้อยลงจากอาการเจ็บ กลืนลำบาก หรือมีโรคอื่นร่วมอยู่

อันนี้ไม่ได้แปลว่า “น้ำหนักลด = มะเร็ง” นะครับ แต่เป็นสัญญาณที่ควรตรวจต่อ ไม่ควรเดาเอง

4. มีเลือดออก หรือเริ่มมีภาวะซีด

ถ้ามีอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ หรือผลเลือดเริ่มซีดโดยหาสาเหตุไม่ได้ อันนี้ต้องจริงจังครับ เพราะอาจมีเลือดออกจากหลอดอาหารหรือกระเพาะ เช่น แผลอักเสบ แผลในกระเพาะ หรือความผิดปกติอื่น

บางคนไม่ได้เห็นเลือดสดเลยนะครับ แต่รู้สึกเหนื่อยง่าย หน้ามืด แล้วไปตรวจเจอ Hemoglobin ต่ำ กรณีแบบนี้การส่องกล้องช่วยหาต้นตอได้ชัดกว่าการเดาจากอาการครับ

5. กินยาลดกรดแล้วไม่ดีขึ้น หรือดีขึ้นแค่ชั่วคราว

ถ้ามีอาการกรดไหลย้อนชัด แล้วได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม แต่ยังเป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หรือกลับมาเร็วมากหลังหยุดยา ผมจะเริ่มคิดว่า “นี่ใช่กรดไหลย้อนอย่างเดียวหรือเปล่า?”

เพราะอาการแสบร้อนกลางอกอาจมาจากหลายอย่าง ทั้ง Functional heartburn, หลอดอาหารไวเกิน, กระเพาะอักเสบ หรือโรคอื่นครับ บางคนเลยเหมือนเปลี่ยนยาลดกรดไปเรื่อย ๆ แต่ต้นเหตุจริงยังไม่เคยถูกหา

6 เป็นมานานหลายปี โดยเฉพาะถ้ามีปัจจัยเสี่ยงร่วม

คนที่เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรังหลายปี ผมจะนึกถึงการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุหลอดอาหารที่เรียกว่า Barrett’s esophagus ด้วยครับ ภาวะนี้เกิดจากเยื่อบุหลอดอาหารส่วนล่างถูกกรดกระตุ้นเรื้อรังจนเซลล์เปลี่ยนรูปแบบ

Barrett’s ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งครับ แต่เป็นภาวะที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารชนิดหนึ่งในอนาคต จึงอาจต้องติดตามตามความเหมาะสม

โดยเฉพาะคนที่มีกรดไหลย้อนมานาน อายุมากขึ้น อ้วนลงพุง สูบบุหรี่ หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วม หมออาจพิจารณาส่องกล้องง่ายขึ้นครับ

7. อาการเปลี่ยนไปจากเดิมแบบชัดเจน

ข้อนี้คนมักมองข้ามครับ เมื่อก่อนแค่เรอเปรี้ยวหลังอาหาร อยู่ ๆ กลายเป็นเจ็บมากขึ้น กลางคืนตื่นเพราะแสบอกบ่อย กลืนอาหารไม่เหมือนเดิม หรือเริ่มอิ่มเร็วผิดปกติ

อาการที่ “เปลี่ยนแพตเทิร์น” เป็นข้อมูลสำคัญครับ ไม่ใช่ว่าทุกการเปลี่ยนแปลงจะอันตราย แต่ถ้าต่างจากเดิมชัดและเป็นต่อเนื่อง ผมไม่อยากให้ใช้สูตรเดิมคือ “ซื้อยาตัวเดิมมากินก่อน”

แล้วทุกคนที่เป็นกรดไหลย้อนต้องส่องกล้องไหม?

ไม่ครับ ถ้าอาการเป็นแบบทั่วไป ไม่มีสัญญาณเตือน และตอบสนองต่อการรักษาได้ดี หลายคนยังไม่จำเป็นต้องส่องกล้องตั้งแต่แรก

แต่ถ้ามี กลืนลำบาก กลืนเจ็บ เลือดออก ซีด น้ำหนักลด อาเจียนซ้ำ ๆ อาการไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรือมีความเสี่ยง Barrett’s esophagus แบบนี้ควรคุยกับแพทย์เรื่องการส่องกล้องครับ

แล้วระหว่างนี้ดูแลตัวเองยังไง?

• ลดมื้อใหญ่ โดยเฉพาะก่อนนอน

• เว้นอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงหลังอาหารก่อนนอน

• ลดอาหารที่กระตุ้นอาการของตัวเอง เช่น ของมัน ของทอด ช็อกโกแลต กาแฟ หรือแอลกอฮอล์

• ถ้าน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักช่วยลดแรงดันในช่องท้องและช่วยอาการกรดไหลย้อนได้

• หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่

• ถ้ามีอาการกลางคืนบ่อย การยกหัวเตียงขึ้นอาจช่วยได้ในบางคน

สิ่งที่ผมอยากฝากคือ กรดไหลย้อนส่วนใหญ่ไม่ได้จบที่โรคร้ายแรงครับ แต่คำว่า “เป็นมานานแล้ว” ไม่ควรกลายเป็นเหตุผลให้เราชินกับอาการจนไม่ตรวจอะไรเลย ถ้าอาการเหมือนเดิมและควบคุมได้ก็อีกเรื่อง แต่ถ้าเริ่มมีสัญญาณเตือน หรือรูปแบบอาการเปลี่ยนไป ผมอยากให้หาสาเหตุให้ชัดมากกว่ากินยากลบอาการไปเรื่อย ๆ

ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไร คอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ

ขอบคุณเพจหมอเจด