วันนี้ (3 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าคดีฆาตกรรมหญิงชาวอังกฤษแล้วทิ้งศพไว้ในกระเป๋าเดินทางที่ประเทศกรีซ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมชายชาวอัฟกานิสถานรายหนึ่งในฐานะผู้ต้องสงสัย ซึ่งมีรายงานว่า เหตุจูงใจเกิดจากความไม่พอใจที่ผู้ตายเอาแต่พูดถึงความเชื่อในศาสนาคริสต์ให้ฟัง
เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ร่างของ เอลิซาเบธ รอสส์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษวัย 38 ปี ถูกพบอยู่ในกระเป๋าเดินทาง ณ อาคารร้างแห่งหนึ่งในกรุงเอเธนส์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมตัวผู้ต้องหาวัย 26 ปีได้ในเวลาต่อมา ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ชิงทรัพย์ และฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับอาวุธ
เงื่อนงำใหม่! ตำรวจพบมือมืดแอบใช้มือถือนักท่องเที่ยวสาว หลังถูกฆ่าหมกกระเป๋าเดินทาง
ผู้ต้องสงสัยถูกกล่าวหาว่าสังหาร รอสส์ แล้วซ่อนศพของเธอไว้ในกระเป๋าเดินทาง จากนั้นจึงขโมยบัตรเครดิตของเธอไปกดเงินสดออกมา 9,000 ปอนด์ (ราว 400,000 บาท) ภายในระยะเวลาเพียง 6 วันหลังจากที่เธอเสียชีวิต ผู้ต้องหายังแอบบอกกับภรรยาของเขาว่า เขาลงมือสังหารเหยื่อเพราะเธอเอาแต่พูดถึงความเชื่อของศาสนาคริสต์ใส่เขาไม่หยุด โดยสื่อท้องถิ่นระบุว่า รอสส์ พยายามโน้มน้าวผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับเรื่องทางศาสนา

ผู้ต้องสงสัยซึ่งคาดว่าจะถูกสั่งฟ้องอย่างเป็นทางการในวันนี้ ถูกจับกุมตัวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากที่ระบุตัวตนของศพได้เพียงสองวัน สันนิษฐานว่า ภรรยาของผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นเพื่อนกับเ รอสส์ ส่วนตัวเขาเองทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดในอาคารที่ รอสส์ พักอยู่
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องสงสัยอ้างว่า รอสส์ เสียชีวิตแล้วตอนที่เขาพบร่างของเธอ เขาเพียงแค่ยัดร่างเธอใส่กระเป๋าเดินทางเพื่อจะได้ขโมยเงินของเธอเท่านั้น แหล่งข่าววงในเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่ รอสส์ อาจเสียชีวิตเพราะถูกทำให้ขาดอากาศหายใจ เนื่องจากไม่พบบาดแผลที่เห็นได้ชัดเจนบนร่างกายของเธอ
จอร์จ คัลเลียกมานิส ประธานสหภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจแอตติกา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ต้องสงสัยฆ่า รอสส์ นำบัตรธนาคารของเธอไป และจับร่างของเธอยัดใส่กระเป๋าเดินทางหรือกล่อง จากนั้นเขาก็ใช้รถเข็นขนย้ายศพไปยังอาคารร้าง แต่หลังจากนั้น เขาก็กลัวว่า จะมีรอยนิ้วมือของเขาติดอยู่ที่กระเป๋า จึงย้ายร่างไปใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทางใบที่สอง โดยระมัดระวังมากขึ้นเพื่อไม่ให้ทิ้งรอยนิ้วมือไว้
นอกจากนี้ ตำรวจยังพบปืนสั้นอัดลมจำลองและมีดจากการเข้าตรวจค้นบ้านของผู้ต้องหา ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตึกร้างจุดที่พบศพของ รอสส์ โดยใช้เวลาเดินเพียง 10 นาที

ตำรวจพบว่า หลังจาก รอสส์ เสียชีวิต มีผู้ใช้โทรศัพท์ของเธอส่งข้อความเพื่อตบตาและล่อลวงคนใกล้ชิด จนกระทั่งมีข่าวว่าพบศพของเธอเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ่อของ รอสส์ ซึ่งเป็นทนายความจากเมืองเอดินบะระ ระบุว่าเขายังคงได้รับข้อความส่งมานานถึงสองสัปดาห์หลังจากที่เธอเสียชีวิตไปแล้ว โดยข้อความที่ส่งหาครอบครัวและเพื่อนฝูงอ้างว่า เธอต้องการเวลาอยู่กับตัวเองและอยากอยู่คนเดียวสักพัก รวมถึงมีการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมว่า เธอกำลังจะเดินทางไปประเทศตุรกี ทั้งที่เธอเสียชีวิตไปแล้วถึง 6 วัน
รอสส์ เดินทางมาถึงเมืองหลวงของกรีซด้วยเที่ยวบินจากเมืองเอดินบะระเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน คู่สามีภรรยาซึ่งเธอเคยไปพักอาศัยด้วยในย่านเกรัตซินีให้การกับตำรวจว่า เธอตั้งใจจะไปพักกับชาวอเมริกันที่รู้จักในย่านคิปเซอลี
แต่ต่อมาตำรวจเปิดเผยว่า เชื่อว่าเธอใช้เรื่องดังกล่าวบังหน้าเรื่องที่เธอไปเยี่ยมกลุ่มคนไร้บ้านในใจกลางกรุงเอเธนส์ เพราะไม่ต้องการให้เพื่อนๆ เป็นห่วง โดยมีคนเห็นเธอกำลังนั่งคุยกับกลุ่มคนไร้บ้านใกล้ลานจอดรถร้าง ซึ่งเป็นจุดที่คนเหล่านั้นใช้เสพยา ดื่มเหล้า และนอนพักริมถนน
รอสส์ เดินทางมาประเทศกรีซเป็นประจำ และเป็นอาสาสมัครให้องค์กรการกุศลวันฮาร์ต ที่ให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์แก่ผู้อพยพจากอัฟกานิสถานและอิหร่าน
ทางการกรีซระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตของเธออาจได้รับการเปิดเผยเร็วๆ นี้ เนื่องจากกำลังเร่งรัดการตรวจพิสูจน์หลักฐานสำคัญ ทั้งนี้ การตรวจเลือด ปัสสาวะ และเนื้อเยื่ออวัยวะสำคัญ จะเป็นหัวใจสำคัญในการระบุว่ามีการฆาตกรรมอำพรางเกิดขึ้นหรือไม่
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : thesun.co.uk
เครดิตภาพ : REUTERS, Facebook



