เมื่อวันที่ 27 ก.พ. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า รัฐบาล และกระทรวงคมนาคม พยายามผลักดันนโยบายตั๋วร่วมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการชำระค่าโดยสาร และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ประชาชน โดยบัตรมาตรฐาน EMV Contactless เป็นคำตอบที่ดีที่สุดของระบบตั๋วร่วม ซึ่งการยกเลิกใช้บัตร MRT และ MRT Plus ของสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง-หลักสอง และสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2569 และให้ใช้ได้เฉพาะบัตร EMV จะเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายระบบตั๋วร่วมด้วยการใช้บัตร EMV ไปสู่ระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ต่อไป อาทิ รถเมล์ ขสมก. รถบัส บขส. เป็นต้น

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันพบว่า กลุ่มผู้ใช้บัตรโดยสาร คิดเป็นสัดส่วน 60% แบ่งเป็น ผู้ใช้บัตร EMV ประมาณ 30% และผู้ใช้บัตร MRT และ MRT Plus อีก 30% ขณะที่ผู้ใช้เหรียญโดยสาร มีสัดส่วน 40% การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้โดยสาร โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ต้องการเติมเงินล่วงหน้า ให้เข้าสู่ระบบ EMV มากขึ้น จากนั้นวันที่ 1 มกราคม 2570 คาดว่าจะยุติการใช้เหรียญโดยสาร (Token) สำหรับผู้เดินทางเที่ยวเดียว เปลี่ยนไปใช้ระบบ QR Ticket แตะเข้าระบบรถไฟฟ้าแทน นับเป็นการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเดินทางแบบไร้รอยต่อกับ MRT ด้วย EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการดำเนินนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดสายทุกสาย นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ดำเนินการได้แล้วกับรถไฟฟ้าสายสีแดง และสายสีม่วง แต่สำหรับการใช้ทั้งระบบ อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดว่าควรจะเก็บเป็นโซนนิ่ง หรือเก็บอัตราเดียวทั้งระบบ ซึ่งต้องหาจุดที่เหมาะสม ไม่ให้กระทบกับหนี้สาธารณะ โดยทราบว่ากรมการขนส่งทางราง(ขร.) จะเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 12 มี.ค.2569 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเสนอรัฐบาลใหม่ ยืนยันว่าหากตนได้มาเป็น รมว.คมนาคม จะผลักดันนโยบายนี้แน่นอน แต่ถ้าไม่ได้มาเป็น รมว.คมนาคม ไม่อยากก้าวล่วงว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เรื่องนี้ไม่ได้เป็นนโยบายพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นนโยบายของการให้บริการ ที่กระทรวงคมนาคมมุ่งหวังให้ประชาชนได้รับความสะดวก และลดค่าครองชีพในการเดินทางให้ประชาชน เชื่อว่ากระทรวงคมนาคม จะเดินหน้าผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ.



