สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ว่า นายบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ เข้าพบคณะกรรมาธิการด้านการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ที่ศูนย์ศิลปะในเมืองแชปปากวา รัฐนิวยอร์ก เพื่อรับการซักฟอกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอดีต กับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตมหาเศรษฐีและอาชญากรทางเพศ ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2562


ทีมงานฝ่ายกฎหมายของคลินตันเปิดเผยว่า ลูกความยืนยันว่า “ไม่รู้ไม่เห็นอย่างสิ้งเชิง” กับอาชญากรรมของเอปสตีน และ น.ส.กิสเลน แม็กซ์เวลล์ เพื่อนหญิงคนสนิทของเอปสตีน และกล่าวว่า “หากทราบก่อนแม้เพียงนิดเดียว” ว่าเอปสตีนกำลังทำอะไรอยู่ในเวลานั้น คลินตันยืนยันว่า จะแจ้งตำรวจด้วยตัวเอง


ข้อมูลจากเอกสาร 3.5 ล้านหน้า ที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเผยแพร่เกี่ยวกับเอปสตีนเมื่อไม่นานมานี้ พบว่า เอปสตีนเคยเข้าและออกทำเนียบขาว 17 ครั้ง ในสมัยที่คลินตันดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ระหว่างปี 2536-2544


ขณะเดียวกัน คลินตันยอมรับว่า เคยขึ้นเครื่องบินส่วนตัวของเอปสตีนหลายครั้ง แต่ยืนยันว่า เป็นการทำงานเพื่อมนุษยธรรมของมูลนิธิคลินตันเท่านั้น ซึ่งข้อมูลจากเอกสารระบุว่า อดีตผู้นำสหรัฐเคยโดยสารเครื่องบินลำดังกล่าวอย่างน้อย 27 ครั้ง


นอกจากนี้ ยังมีภาพคลินตันเคยว่ายน้ำเล่นกับแม็กซ์เวลล์ การพักผ่อนในอ่างน้ำร้อน ภายในคฤหาสน์ของเอปสตีน และภาพถ่ายกับผู้หญิงอีกหลายคน ซึ่งคลินตันยืนยันว่า ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับผู้หญิงทุกคนในภาพ และไม่เคยมีความสัมพันธ์นอกสมรสกับผู้หญิงเหล่านั้น


อนึ่ง นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐ ที่อดีตประธานาธิบดีต้องเข้ารับการซักฟอกจากสภาคองเกรส ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่อาจส่งผลกระทบในวงกว้าง รวมถึงต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน

ทั้งนี้ คลินตันทิ้งท้ายว่า “ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่ประธานาธิบดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นประธานาธิบดี” สื่ออย่างมีนัยถึงทรัมป์ ซึ่งมีชื่ออยู่ในเอกสารลับเกี่ยวกับเอปสตีนเช่นกัน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES