สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ว่า นายบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ เข้าพบคณะกรรมาธิการด้านการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ที่ศูนย์ศิลปะในเมืองแชปปากวา รัฐนิวยอร์ก เพื่อรับการซักฟอกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอดีต กับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตมหาเศรษฐีและอาชญากรทางเพศ ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2562
ทีมงานฝ่ายกฎหมายของคลินตันเปิดเผยว่า ลูกความยืนยันว่า “ไม่รู้ไม่เห็นอย่างสิ้งเชิง” กับอาชญากรรมของเอปสตีน และ น.ส.กิสเลน แม็กซ์เวลล์ เพื่อนหญิงคนสนิทของเอปสตีน และกล่าวว่า “หากทราบก่อนแม้เพียงนิดเดียว” ว่าเอปสตีนกำลังทำอะไรอยู่ในเวลานั้น คลินตันยืนยันว่า จะแจ้งตำรวจด้วยตัวเอง
Former President Bill Clinton said he only had a "brief acquaintance with [Jeffrey] Epstein" that ended "years before his crimes came to light." Follow live updates. https://t.co/PZforjuDJg pic.twitter.com/Jgymb7CeXD
— CNN (@CNN) February 27, 2026
ข้อมูลจากเอกสาร 3.5 ล้านหน้า ที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเผยแพร่เกี่ยวกับเอปสตีนเมื่อไม่นานมานี้ พบว่า เอปสตีนเคยเข้าและออกทำเนียบขาว 17 ครั้ง ในสมัยที่คลินตันดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ระหว่างปี 2536-2544
ขณะเดียวกัน คลินตันยอมรับว่า เคยขึ้นเครื่องบินส่วนตัวของเอปสตีนหลายครั้ง แต่ยืนยันว่า เป็นการทำงานเพื่อมนุษยธรรมของมูลนิธิคลินตันเท่านั้น ซึ่งข้อมูลจากเอกสารระบุว่า อดีตผู้นำสหรัฐเคยโดยสารเครื่องบินลำดังกล่าวอย่างน้อย 27 ครั้ง
“I saw nothing and did nothing wrong,” former President Bill Clinton said, denying any knowledge of Jeffrey Epstein’s crimes during opening testimony before the House Oversight Committee in New York on Friday. It’s the first time a former president has been compelled to testify… pic.twitter.com/2HNAbu02FM
— CBS Evening News with Tony Dokoupil (@CBSEveningNews) February 28, 2026
นอกจากนี้ ยังมีภาพคลินตันเคยว่ายน้ำเล่นกับแม็กซ์เวลล์ การพักผ่อนในอ่างน้ำร้อน ภายในคฤหาสน์ของเอปสตีน และภาพถ่ายกับผู้หญิงอีกหลายคน ซึ่งคลินตันยืนยันว่า ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับผู้หญิงทุกคนในภาพ และไม่เคยมีความสัมพันธ์นอกสมรสกับผู้หญิงเหล่านั้น
อนึ่ง นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐ ที่อดีตประธานาธิบดีต้องเข้ารับการซักฟอกจากสภาคองเกรส ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่อาจส่งผลกระทบในวงกว้าง รวมถึงต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน
ทั้งนี้ คลินตันทิ้งท้ายว่า “ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่ประธานาธิบดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นประธานาธิบดี” สื่ออย่างมีนัยถึงทรัมป์ ซึ่งมีชื่ออยู่ในเอกสารลับเกี่ยวกับเอปสตีนเช่นกัน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



