เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ห้องประชุมเกาะเสม็ด สำนักงานอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด หมู่ 4 ตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง นายลำยอง ศรีเสวก หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด เป็นประธานการประชุมหารือกำหนดมาตรการยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่เกาะเสม็ด ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายพยายามก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศนักท่องเที่ยว ภายในห้องพักรีสอร์ทแห่งหนึ่งบริเวณอ่าวช่อ จนสร้างความกังวลต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเกาะเสม็ด
การประชุมครั้งนี้มี พ.ต.ท.สุธี ชื่นจิตต์ รอง ผกก.สภ.เพ พ.ต.ท.อนาวิน เฟื่องอารมย์ สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.1 นางสริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง นายพิศณุ เขมะพรรค์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด พร้อมด้วยฝ่ายปกครองอำเภอเมืองระยอง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง และผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท และสถานประกอบการบนเกาะเสม็ด เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายลำยอง กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการควบคุมบุคคลเข้า-ออกเกาะเสม็ด และการตรวจสอบแรงงานที่เข้ามาประกอบอาชีพบนเกาะ ซึ่งจะต้องมีการขึ้นทะเบียนและตรวจสอบประวัติก่อนเริ่มงาน เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมและลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุซ้ำรอยในอนาคต
นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการร่วมดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวเกาะเสม็ด” โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างอุทยานแห่งชาติ สภ.เพ ตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง และผู้ประกอบการ เพื่อเฝ้าระวังเหตุและตอบสนองสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมผลักดันการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วเกาะ
ด้าน พ.ต.ท.สุธี ชื่นจิตต์ เปิดเผยว่า สภ.เพ ให้ความสำคัญกับการป้องกันเหตุเชิงรุก โดยได้ติดตั้งกล้อง AI บริเวณท่าเทียบเรือขึ้นเกาะเสม็ด ซึ่งสามารถตรวจจับและคัดกรองบุคคลที่มีหมายจับ หรือมีประวัติอาชญากรรม รวมถึงผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงได้ หากพบข้อมูลต้องสงสัย ระบบจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังเครือข่ายผู้ประกอบการผ่านกลุ่มสื่อสารร่วมที่กำลังจัดตั้งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุ
พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มความถี่ในการออกตรวจพื้นที่เสี่ยง จุดเปลี่ยว และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญบนเกาะเสม็ดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และรักษาภาพลักษณ์ของเกาะเสม็ดในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดระยองต่อไป.



