จากสถานการณ์การสู้รบและการโจมตีอิหร่าน ของสหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล ส่งผลให้สายการบินจำนวนมากทยอยยกเลิกเที่ยวบินที่ต้องผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลาง หลังสถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มยุติลงโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สายการบินพาณิชย์หลายแห่งประกาศยกเลิกเที่ยวบิน และหลีกเลี่ยงเส้นทางบินผ่านน่านฟ้าในหลายประเทศตะวันออกกลาง ภายหลังสหรัฐ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน และเกิดการตอบโต้ โดยอิหร่านยิงขีปนาวุธไปยังหลายพื้นที่ในภูมิภาค

ล่าสุด Emirates ออกแถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม X แจ้งระงับเที่ยวบินไป–กลับนครดูไบเป็นการชั่วคราว หลังหลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้า จากสถานการณ์ความไม่สงบที่ทวีความรุนแรง พร้อมขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินผ่านเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทางไปสนามบิน ยืนยันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อเพื่อเปลี่ยนเที่ยวบิน ขอคืนเงิน หรือจัดการเดินทางทางเลือกได้ ย้ำว่าความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด

ด้าน Lufthansa ประกาศระงับเที่ยวบินไป–กลับนครเทลอาวีฟของอิสราเอล กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน และประเทศโอมาน จนถึงวันที่ 7 มีนาคม รวมถึงระงับเที่ยวบินไป–กลับนครดูไบ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์–1 มีนาคม

ขณะที่ Qatar Airways ระงับเที่ยวบินชั่วคราวเนื่องจากการปิดน่านฟ้า ส่วน Norwegian Air Shuttle ประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดไป–กลับนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เช่นเดียวกับ Turkish Airlines ที่ประกาศยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางไปประเทศกาตาร์ คูเวต บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอมาน

ล่าสุด นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สั่งระดมเจ้าหน้าที่ตั้งจุดให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบิน จัดเตรียมน้ำดื่มและพื้นที่พักคอยชั่วคราว พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลและดูแลสภาพจิตใจเพื่อลดความตึงเครียด

มีรายงานว่าเที่ยวบินถูกยกเลิกแล้ว 19 เที่ยวบิน โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่ทยอยเดินทางกลับที่พัก และสายการบินได้จัดหาที่พักสำรองให้ ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานสายการบินรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางไปตะวันออกกลาง ตรวจสอบข้อมูลกับสายการบินโดยตรงก่อนเดินทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการตกค้างที่สนามบิน.