เมื่อวันที่ 29 ก.พ. 69 นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยผลการปฏิบัติงานถอดปลอกคอวิทยุติดตามตัว (GPS Collar) ของช้างป่า “สีดอปี๊ด” ณ พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยระบุว่าภารกิจในวันนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี ภายใต้ความร่วมมือของทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จากกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า, ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่), สถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทรา และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่สั่งการให้เร่งปลดปลอกคอวิทยุติดตามตัวช้างป่าที่บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลวิจัย หรือสิ้นสุดระยะเวลาการติดตามเฝ้าระวังแล้ว เพื่อให้ช้างป่าสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามพฤติกรรมธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ โดยมีภาคประชาชนและช่างภาพสัตว์ป่าร่วมสังเกตการณ์และแสดงความยินดีต่อการคืนอิสระให้กับสัตว์ป่าในครั้งนี้

สำหรับการดำเนินการติดปลอกคอวิทยุติดตามตัว (GPS Collar) ได้ดำเนินตั้งแต่ พ.ศ. 2562 ถึงปัจจุบัน ภายใต้การทำงานของ 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการศึกษาเส้นทางและพฤติกรรม (เริ่มปี 2562) ติดตั้งจำนวน 6 ตัว ปัจจุบันดำเนินการถอดออกครบถ้วนแล้ว 100% โครงการเฝ้าระวังความขัดแย้งและเตือนภัยชุมชน (เริ่มปี 2563): ติดตั้งรวม 37 ตัว ปัจจุบันดำเนินการถอดออกแล้ว 33 ตัว อยู่ระหว่างติดตามตัวเพื่อถอดออกอีก 4 ตัว (อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบพิกัด 2 ตัว) โครงการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล (เริ่มปี 2567) ติดตั้งจำนวน 5 ตัว ปัจจุบันดำเนินการถอดออกแล้ว 1 ตัว (พลายมะม่วง) ส่วนอีก 4 ตัวที่เหลือ กรมฯ ได้ประสานทีมวิจัยให้เร่งดำเนินการถอดออกต่อไป

    นายสุขี กล่าวเน้นย้ำว่า “กรมอุทยานฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับสวัสดิภาพของสัตว์ป่าควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยของประชาชน แม้เทคโนโลยี GPS Collar จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง แต่เมื่อภารกิจบรรลุเป้าหมายตามกำหนด กรมฯ จะดำเนินการปลดอุปกรณ์ออกทันทีตามเจตนารมณ์ในการคืนความเป็นธรรมและอิสระให้กับสัตว์ป่า ตามเสียงสะท้อนและความห่วงใยจากภาคประชาชน”

    ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนามาตรการอนุรักษ์ที่สร้างสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ และการเคารพต่อวิถีธรรมชาติของสัตว์ป่าอย่างยั่งยืนสืบไป