กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อศูนย์การแพทย์ Cayuga Medical Center ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ที่มีขนาดตัว “บิ๊กเบิ้ม” จนกลายเป็นสถิติใหม่ของโรงพยาบาล ทารกเพศชายรายนี้มีน้ำหนักแรกเกิดถึง 13 ปอนด์ หรือประมาณ 5.9 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่าน้ำหนักมาตรฐานของเด็กแรกเกิดทั่วไปถึงเกือบ 2 เท่า!
ฌอน และ เทอร์ริกา คุณพ่อคุณแม่ผู้โชคดี ได้ของขวัญล้ำค่าเป็นลูกชายคนเล็ก “ฌอน จูเนียร์” ที่ลืมตาดูโลก เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ทั้งคู่มีลูกมาแล้ว 3 คน โดยคุณพ่อคุณแม่คาดการณ์เอาไว้อยู่แล้ว ว่าลูกคนนี้น่าจะมีขนาดตัวใหญ่กว่าปกติ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็เหนือความคาดหมายไปไกลมาก
“ฉันรู้ว่าลูกจะตัวใหญ่ แต่ไม่เคยคิดว่าเขาจะหนักขนาดนี้” เทอร์ริกากล่าวด้วยความประหลาดใจ
เธอยังเผยเกร็ดน่ารักๆ อีกว่า ทันทีที่คลอดออกมา ฌอน จูเนียร์ ก็ไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเด็กแรกเกิดได้เลย ต้องข้ามไปใส่ผ้าอ้อมและเสื้อผ้าสำหรับเด็กไซซ์ 3-6 เดือนทันที ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังดูแลเด็กทารกที่อายุได้ 3 เดือนแล้วตั้งแต่วันแรกที่กลับบ้าน
ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติยิ่งชัดเจนขึ้น เพราะในวันเดียวกันและโรงพยาบาลเดียวกันนั้น มีทารกอีกคนที่เพิ่งเกิดชื่อ มาร์โกต์ บุตรสาวของวิคเตอร์และโคลอี ที่มีน้ำหนักแรกเกิดเพียง 4 ปอนด์ หรือ 1.8 กิโลกรัม เมื่อนำเด็กทั้งสองคนมาเปรียบเทียบขนาดตัวกัน จะพบว่าเด็กที่เกิดวันเดียวกันมีความต่างของน้ำหนักมากถึง 4.1 กิโลกรัม ซึ่ง โคลอี แม่ของน้องมาร์โกต์ ได้ให้สัมภาษณ์อย่างอบอุ่นว่า “มันเป็นประสบการณ์ที่น่ารักมาก ที่เตือนให้เราเห็นว่าเด็กทารกมีรูปร่างและขนาดที่หลากหลายเพียงใด”
ทั้งนี้ ฌอน จูเนียร์ ไม่ได้เป็น “บิ๊กเบบี้” เพียงคนเดียวที่ถือกำเนิดในสหรัฐ ก่อนหน้านี้ มีเด็กแรกเกิดที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าเขา ไม่ว่าจะเป็น แอนแนน (Annan) หนัก 14 ปอนด์ (6.32 กก.) และ ปารีส (Paris) หนัก 13 ปอนด์ (6.01 กก.)
ทางการแพทย์ ทารกที่มีน้ำหนักแรกเกิดเกิน 4 กิโลกรัม จะถูกวินิจฉัยว่าอยู่ในภาวะ “Fetal Macrosomia” ซึ่งพบได้ประมาณ 8% ของทารกทั่วโลก โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญดังนี้
- สุขภาพของมารดา : โดยเฉพาะภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ซึ่งส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของทารก
- พันธุกรรมและประวัติการคลอด : หากพ่อแม่มีรูปร่างสูงใหญ่ หรือเคยมีประวัติคลอดลูกตัวใหญ่มาก่อน
- การดูแลเป็นพิเศษ : ทารกกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลใกล้ชิดจากทีมแพทย์หลังคลอด เพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำตาลในเลือดที่อาจต่ำผิดปกติ และตรวจสอบภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการคลอด
แม้จะเป็นเด็กไซซ์พิเศษที่ต้องเตรียมตัวหนักกว่าปกติ แต่ปัจจุบันน้องฌอน จูเนียร์ และคุณแม่ก็มีสุขภาพแข็งแรงดี พร้อมกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่บ้านท่ามกลางความเอ็นดูของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและครอบครัวครับ
ที่มาและภาพ : insight korea



