สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ว่ากองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ว่า ปฏิบัติการทางทหารร่วมกับสหรัฐ ที่เป็นการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา สามารถปลิดชีพทหารระดับสูงของอิหร่านได้ถึง 40 นาย ถือเป็น “การโจมตีครั้งประวัติศาสตร์” ซึ่งสำเร็จได้ด้วยข้อมูลด้านการข่าวกรองทางทหารที่แม่นยำ
‼️WATCH: For the first time since the start of Operation ‘Roaring Lion’, the IAF is striking targets belonging to the Iranian terror regime in the heart of Tehran.
— Israel Defense Forces (@IDF) March 1, 2026
Over the past day, the IAF conducted large-scale strikes to establish aerial superiority and pave the path to… pic.twitter.com/DN2MkGCfWc
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการโจมตีสถานที่สองแห่งพร้อมกัน แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้งหมด แต่อิสราเอลยืนยันว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ พล.ท.อับโดลราฮิม มูซาวี ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมอิหร่าน
‼️ The video outlines the phases of the operation: targeting air defense systems and missile launchers in western Iran, then paving the way toward Tehran and establishing aerial superiority over the capital. pic.twitter.com/STDYyyZvG3
— LTC Nadav Shoshani (@LTC_Shoshani) March 1, 2026
ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยืนยันว่า สามารถ “ทำลาย” ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านในพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคกลางได้ทั้งหมด และกองทัพอากาศอิสราเอลสามารถควบคุมน่านฟ้าเหนือกรุงเตหะรานได้อย่างเบ็ดเสร็จ
????ELIMINATED: Abdolrahim Mousavi, the Iranian Chief of Staff of the armed forces.
— Israel Defense Forces (@IDF) March 1, 2026
Additionally, the IDF struck & eliminated 7 members of the top Iranian security leadership in Tehran and 40 senior commanders. pic.twitter.com/0a4wf3dk9N
สำหรับเป้าหมายต่อไป กองทัพอิสราเอลยืนยัน จะยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทั้งในเชิงรับและเชิงรุก เพื่อกำจัดภัยคุกคามที่มีต่ออิสราเอลให้หมดสิ้น
เกี่ยวกับการโจมตีโรงเรียนประถมศึกษาหญิงล้วน ที่เมืองมินาบ ในจังหวัดฮอร์มอซกัน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 148 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 95 คน ว่า “กำลังตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว”.
เครดิตภาพ : REUTERS



