บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งกำลังเดินหน้าผลักดันการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปใช้เชิงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายส่งหุ่นยนต์จากห้องทดลองสู่โรงงานอุตสาหกรรม บ้านพักอาศัย และโรงเรียน
หลังจากแนวคิด “Embodied Intelligence” ถูกระบุในรายงานการทำงานของรัฐบาลจีนปี 2025 ว่า เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ก็เริ่มแสดงศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวิ่งมาราธอน การแข่งขันต่อสู้ระยะประชิด การแสดงผาดโผน
“ศูนย์ข้อมูลหุ่นยนต์” กำลังทำหน้าที่เป็นสถานที่ฝึกอบรมทักษะพื้นฐานให้กับหุ่นยนต์เหล่านี้ หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ โรงงานของบริษัท Agibot ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รายใหญ่ของจีน ภายในศูนย์ ผู้ฝึกสอนจะสอนหุ่นยนต์ให้เรียนรู้งานหลากหลายประเภท และเปิดให้ใช้งานแบบโอเพ่นซอร์ส ทำให้บริษัทอื่นสามารถนำข้อมูลไปใช้ฝึกหุ่นยนต์ของตนเองได้
ปัจจุบันมีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เกือบ 1,000 ตัว เข้ารับการฝึกทุกวัน ผู้ฝึกสอนจะควบคุมการเคลื่อนไหวแต่ละขั้นตอน เพื่อสร้าง expert data ซึ่งช่วยให้หุ่นยนต์สามารถเรียนรู้ทักษะต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ
Wang Sukai ผู้เชี่ยวชาญด้านอัลกอริทึม บริษัท Agibot อธิบายว่า ข้อมูล ฮาร์ดแวร์ และอัลกอริทึมพัฒนาไปพร้อมกัน ยิ่งมีข้อมูลมาก โมเดลและอัลกอริทึมก็ยิ่งดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนนักพัฒนาทั้งระบบสามารถมีส่วนร่วม และทำให้พัฒนาเทคโนโลยีได้เร็วขึ้น
บริษัท Agibot เพียงรายเดียว มียอดจัดส่งหุ่นยนต์กว่า 5,100 ตัว คิดเป็นเกือบ 40% ของยอดจัดส่งทั่วโลก
Wang Chuang ประธานฝ่ายธุรกิจทั่วไป Agibot ระบุว่า ความได้เปรียบของจีนเกิดจาก การต่อยอดจากฐานทรัพยากรมนุษย์ขนาดใหญ่ ทีมพัฒนาหุ่นยนต์มีประสบการณ์จากอุตสาหกรรมยานยนต์อัจฉริยะ โดรน เรดาร์เลเซอร์ (LiDAR) และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับหุ่นยนต์ได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ บริษัทเทคโนโลยียังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งส่วนลดค่าเช่า เงินอุดหนุนบุคลากร และการที่ลูกค้าเข้ามาร่วมพัฒนาตั้งแต่ระยะแรก ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว
การเติบโตของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ยังส่งผลต่อระบบการศึกษา โดยโรงเรียนอาชีวศึกษาในนครเซี่ยงไฮ้เริ่มปรับหลักสูตรใหม่ เปิดสอนสาขาวิศวกรรมหุ่นยนต์โดยเฉพาะ
Yin Hua ผู้อำนวยการโรงเรียนอาชีวศึกษาเซี่ยงไฮ้เฟิงเสียน กล่าวว่า ในระดับประเทศ จีนกำลังผลักดันการศึกษา AI อย่างจริงจัง การให้นักเรียนเรียนรู้ Embodied Intelligence ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้พวกเขาเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ท่ามกลางความกังวลเรื่องการว่างงาน Su Lian Jye หัวหน้านักวิเคราะห์ด้าน AI ของบริษัทวิจัยเทคโนโลยี Omdia อธิบายว่า AI และหุ่นยนต์ไม่ได้เข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ แต่กำลังเร่งกระบวนการยกระดับทักษะแรงงาน องค์กรจำนวนมากฝึกอบรมแรงงานเดิมให้ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นทิศทางที่ถูกต้อง
การผลักดันหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนจึงเป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ แรงงาน และระบบการศึกษาครั้งใหญ่ ที่อาจกำหนดรูปแบบการทำงานของมนุษย์ในยุคอุตสาหกรรมอัจฉริยะในอนาคต
เครดิต China Media Group (CMG)



