สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า พล.ร.อ.แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) แถลงว่า ปฏิบัติการ “มหากาพย์พิโรธ” (Epic Fury) ว่าสหรัฐโจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วเกือบ 2,000 แห่ง โดยใช้ขีปนาวุธและระเบิดมากกว่า 2,000 ชุด
ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถลดขีดความสามารถด้านการป้องกันทางอากาศของอิหร่านลงอย่างมาก รวมถึงทำลายขีปนาวุธนำวิถี แท่นยิงขีปนาวุธ และโดรนของอิหร่านไปแล้วหลายร้อยรายการ
Update from CENTCOM Commander on Operation Epic Fury: pic.twitter.com/epEohq64Vf
— U.S. Central Command (@CENTCOM) March 3, 2026
Operation Epic Fury involves the largest regional concentration of American military firepower in a generation. pic.twitter.com/YB8HRsBS3n
— U.S. Central Command (@CENTCOM) March 2, 2026
นอกจากนี้ สหรัฐสามารถจมเรือรบของอิหร่านไปแล้ว 17 ลำ หนึ่งในความสูญเสียครั้งสำคัญของอิหร่านคือ เรือดำน้ำรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งถูกโจมตีจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ที่ตัวเรือ
The Iranian regime's killer drones have been a menace in the Middle East for years. These drones are no longer a tolerable risk. pic.twitter.com/76yhDKI6OW
— U.S. Central Command (@CENTCOM) March 3, 2026
พล.ร.อ.คูเปอร์ กล่าวด้วยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งเปิดฉากเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา “มีขนาดความรุนแรงเกือบเป็นสองเท่า” เมื่อเทียบกับวันแรกของยุทธการ “สายฟ้าแลบ” ที่สหรัฐเปิดฉากโจมตีอิรัก เมื่อปี 2546
U.S. Navy guided-missile destroyers are delivering unrelenting, overwhelming firepower from regional waters. DAY and NIGHT. pic.twitter.com/3YTiFkFc1V
— U.S. Central Command (@CENTCOM) March 3, 2026
ทั้งนี้ พล.ร.อ.คูเปอร์ ยืนยันว่า ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้กำลังพลมากกว่า 50,000 นาย และเครื่องบินรบมากกว่า 200 ลำ.
เครดิตภาพ : AFP



