สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า พล.ร.อ.แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) แถลงว่า ปฏิบัติการ “มหากาพย์พิโรธ” (Epic Fury) ว่าสหรัฐโจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วเกือบ 2,000 แห่ง โดยใช้ขีปนาวุธและระเบิดมากกว่า 2,000 ชุด


ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถลดขีดความสามารถด้านการป้องกันทางอากาศของอิหร่านลงอย่างมาก รวมถึงทำลายขีปนาวุธนำวิถี แท่นยิงขีปนาวุธ และโดรนของอิหร่านไปแล้วหลายร้อยรายการ


นอกจากนี้ สหรัฐสามารถจมเรือรบของอิหร่านไปแล้ว 17 ลำ หนึ่งในความสูญเสียครั้งสำคัญของอิหร่านคือ เรือดำน้ำรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งถูกโจมตีจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ที่ตัวเรือ


พล.ร.อ.คูเปอร์ กล่าวด้วยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งเปิดฉากเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา “มีขนาดความรุนแรงเกือบเป็นสองเท่า” เมื่อเทียบกับวันแรกของยุทธการ “สายฟ้าแลบ” ที่สหรัฐเปิดฉากโจมตีอิรัก เมื่อปี 2546


ทั้งนี้ พล.ร.อ.คูเปอร์ ยืนยันว่า ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้กำลังพลมากกว่า 50,000 นาย และเครื่องบินรบมากกว่า 200 ลำ.

เครดิตภาพ : AFP