จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกรวบขบวนการมิจฉาชีพ 3 ราย เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 มีพฤติการณ์แฝงตัวเข้าไปในโรงเรียน โดยอ้างว่าจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสแกมเมอร์ แต่กลับหลอกสแกนหน้าเด็กและบัตรประชาชนของนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษากว่า 200 คน ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย เพื่อนำไปลงทะเบียนซิมการ์ดจำนวนมากและได้ส่งให้แก๊งสแกมเมอร์ในฝั่งท่าขี้เหล็กใช้ก่อเหตุนั้น
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับรายงานข้อมูลดังกล่าวแล้ว โดยประเด็นนี้โรงเรียนไม่ทราบว่าเป็นแกงค์มิจฉาชีพมาหลอกจัดกิจกรรม เพราะมีเอกสารจากบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์อย่างเป็นทางการที่ถูกต้อง ซึ่งจากนี้ไปสพฐ.จะกำชับให้โรงเรียนตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่จะเข้ามาจัดกิจกรรมต่างๆภายในโรงเรียนอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลโรงเรียน และนักเรียนหลุดไปอยู่ในแกงค์มิจฉาชีพ ทั้งนี้ในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วไปเทศ สพฐ.ได้กำชับเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ทุกคนช่วยกันเฝ้าระวังและาฃหามาตรการสกัดภัยเหล่านี้
รองเลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ สพฐ. วางมาตรการป้องกัยภัยสแกมเมอร์แบบระยะยาว โดยจะจัดประชุมให้ความรู้เรื่องภัยออนไลน์ร่วมกับตรวจไซเบอร์ ซึ่งสพฐ.และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันยกระดับเรื่องภัยสแกมเมอร์หรือที่ เรียกว่า มิจฉาชีพออนไลน์หรือกลุ่มคนที่ใช้กลอุบายหลอกลวงเหยื่อผ่านช่องทางต่างๆ เช่น โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ หรือโทรศัพท์ เพื่อขโมยเงิน ข้อมูลส่วนตัว ให้เป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์พบว่า มีกลุ่มเด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อของภัยดังกล่าวค่อนข้างมาก จนทำให้เด็กและเยาวชนเหล่านี้เกิดความเครียดบางคนถึงขั้นฆ่าตัวตาย ดังนั้นถือว่าภัยสแกมเมอร์จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันแก้ไขและวางมาตรการป้องกันด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลให้กับสถานศึกษา โดยเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบกลโกงที่พบบ่อย อาทิ การหลอกลวงผ่านโซเชียลมีเดีย การแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐหรือสถาบันการเงิน ลิงก์ปลอม (Phishing) การหลอกให้โอนเงิน รวมถึงการคุกคามทางออนไลน์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน และควบคู่กับการจัดกิจกรรมรณรงค์ในสถานศึกษา เช่น วันความปลอดภัยไซเบอร์ และการบรรจุเนื้อหาการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัลในชั่วโมงแนะแนว



