จากกรณีสหรัฐและระบอบไซออนิสต์อิสราเอลได้กระทำการอันป่าเถื่อน ฉีกกฎบัตรสหประชาชาติมาตรา 2 วรรค 4 ด้วยการรุกรานบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่านอย่างโจ่งแจ้ง ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทหาร แต่คือ “อาชญากรรมสงคราม” ที่มุ่งเป้าทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์ ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “พล.ท.วันชนะ สวัสดี” หรือ เสธ.เบิร์ด รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความวิเคราะห์สถานการณ์ความตึงเครียด กรณีความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน ลงแฟนเพจ “Wanchana Sawasdee” เผยช่องว่างด้านท่าทีและเงื่อนไขการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายยากจะหาข้อยุติ
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “สมรภูมิอิหร่าน 2026 บทสรุปที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการสู้รบที่เกิดขึ้นนี่ แสดงให้เห็นชัดว่า ทรัมป์ไม่เข้าใจ อิหร่าน และอิหร่านก็ประเมินทรัมป์ต่ำไปหน่อย โดยเฉพาะถ้าดูจากการจัดยุทโธปกรณ์ในพื้นที่ตะวันออกกลางที่เป็น pattern คล้ายเมื่อกลางปีก่อน ดังนั้น เมื่อ สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาบอกทรัมป์ว่า ดีลไม่น่าจะเกิด เพราะขนาดเสนอให้อิหร่านหยุดพัฒนานิวเคลียร์เป็นเวลา 10 ปี และทางสหรัฐ จะออกค่าใช้จ่ายเรื่องเชื้อเพลิงที่ต้องใช้ให้แทน ทาง อิหร่านก็ยังไม่ยอม (จริงๆ สหรัฐ ขอครอบคลุมไปถึงเรื่องการทหารอย่างอื่นอีกด้วย) เหมือนกับที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ตอบสั้น และทรงพลัง ผ่านสื่อว่า อิหร่านจะไม่ยอมจำนน “เพราะเราคือคนอิหร่าน”

อีกทั้ง “เมื่อช่องว่างระหว่างความต้องการของ “เจ้าแห่งการทำดีล” (ทรัมป์) และ “รัฐที่ยึดถือศักดิ์ศรีและอุดมการณ์” (อิหร่าน) กำลังดำเนินไปถึงจุดชี้ขาด บวกกับ แรงเชียร์ที่ไม่เคยหยุดจาก นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ทรัมป์ จึงยิ่งกว่ามั่นใจว่า ดีลไม่เกิด และ ไม่ค่อยเสียเวลา อีกต่อไป เพราะมันมีโอกาสที่ไม่ควรพลาดคือการประชุมสำหรับผู้นำระดับสูงของอิหร่าน ในวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา เรื่องราวจึงนำไปสู่การโจมตี ที่เกิดขึ้น ซึ่งทั้งทรัมป์และเนทันยาฮู รู้ดีว่า ส่งผลต่ออนาคตความมั่นคงในตะวันออกกลาง และเส้นทางการเมืองของทั้งสอง”
อย่างไรก็ตาม “ในฐานะนักการทหาร เมื่อบริบทนำมาสู่จุดนี้ และไม่มีการกำหนด สภาวะสุดท้ายหรือเป้าหมายที่ต้องการอย่างชัดเจน ความขัดแย้งโดยกำลังทหาร และความโกลาหลจะเกิดขึ้นแน่นอน ในตะวันออกกลาง และคงไม่ผลประเทศไทยเราด้วย ใน episode หน้า ผมจะมาวิเคราะห์ว่า ทำไมต้องเป็นวันที่ 28 ก.พ. ที่เริ่มโจมตี และทำไมทั้ง 2 ผู้นำยังมั่นใจว่าจะชนะทั้งที่เป้าหมายที่ต้องการ คือ การเปลี่ยนรัฐบาลอิหร่าน โดยไม่มีการสูญเสียขนาดใหญ่นั้นเป็นไปได้”
ขอบคุณข้อมูล : Wanchana Sawasdee



