เมื่อวันที่ 4 มี.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงว่า กกต. มีมติประกาศรับรอง สส.แบบแบ่งเขตเพิ่มอีก 3 เขต คือ สส.จันทบุรี เขต 1 (นายสุรพล วิรัตน์โยสินทร์ จากพรรคภูมิใจไทย) สส.จันทบุรี เขต 2 (นายคัมภีร์ ชื่นบาน จากพรรคภูมิใจไทย) และ จ.พะเยา เขต 1 (นายอัครา พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม)
ส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากพรรคภูมิใจไทย คะแนนนำ) กกต. ยังไม่ประกาศรับรอง เนื่องจากพบว่าการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ส่อให้เห็นถึงความไม่สุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การสืบสวนไต่สวนต่อไป อย่างไรก็ตาม ตามที่มีกระแสข่าวว่า กกต. โยนบาปหรือลอยแพ กปน. นั้น ขอชี้แจงว่า การทำหน้าที่ของ กปน. ซึ่งอาสาเข้ามาทำหน้าที่ ทาง กกต. และสำนักงานฯ ได้ให้ความสำคัญกับ กปน. เพราะฉะนั้นแล้ว กปน. เมื่อได้รับการแต่งตั้ง เขาถือว่าเป็นพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา เขาจึงมีศักดิ์มีสิทธิ์ตามอำนาจหน้าที่ ฉะนั้นถ้าเขาเดินไปตามระเบียบที่กฎหมายให้แบบนี้กฎหมายจะคุ้มครองเขา แต่ถ้าดำเนินไปเพื่อประโยชน์ หรือช่วยเหลือพรรคการเมืองใดแบบนี้ ก็ต้องเป็นการรับผิดชอบต่อกฎหมาย
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า สำหรับ สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งมีการคำนวณจากจำนวน สส. พึงมี โดย สส.บัญชีรายชื่อ 1 คนนั้น จะต้องได้คะแนนค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 350,305.79 คะแนน สรุป 100 คน มีดังนี้ พรรคประชาชน 32 คน พรรคภูมิใจไทย 19 คน เพื่อไทย 16 คน ประชาธิปัตย์ 11 คน พรรคเศรษฐกิจ 3 คน รวมไทยสร้างชาติ 2 คน พรรคเพื่อชาติไทย 2 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน พรรค ดังนี้ พรรคประชาชน 32 คน พรรคภูมิใจไทย 19 คน เพื่อไทย 16 คน ประชาธิปัตย์ 11 คน พรรคเศรษฐกิจ 3 คน รวมไทยสร้างชาติ 2 คน พรรคเพื่อชาติไทย 2 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน พรรค ส่วนอีก 13 พรรคที่ได้ สส. 1 คน คือ พรรครวมใจไทย พรรคประชาชาติ พรรคใหม่ พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคมิติใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคไทยสร้างไทย พรรครวมพลังประชาชน พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยรวมพลัง พรรคพลังประชารัฐ





ส่วน สส.แบบแบ่งเขต ภูมิใจไทย 172 คน พรรคประชาชน 88 คน พรรคเพื่อไทย 58 คน พรรคกล้าธรรม 56 คน พรรคประชาธิปัตย์ 10 คน พรรคไทรวมพลัง 5 คน พรรคพลังประชารัฐ 4 คน พรรคประชาชาติ 4 คน พรรคไทยสร้างไทย 1 คน และพรรคโอกาสใหม่ 1 คน
ส่วน 10 ลำดับแรกของผู้มาใช้สิทธิรายจังหวัด มีดังนี้ พัทลุง 83.54% ลำพูน 81.71% นครนายก 80.06% นครปฐม 79.53% สงขลา 79.53% พระนครศรีอยุธยา 79.25% ราชบุรี 78.36% สระบุรี 78.18% เชียงใหม่ 77.84% เพชรบุรี 77.84%



