เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้แถลงไปก่อนหน้านี้ว่ามีความห่วงใยอย่างที่สุดต่อกรณีการตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมาย คดีฮั้วเลือก สว. จำนวน 7 คน ลงนามโดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. สมัยนั้น ซึ่งมีหนึ่งคนที่ไปไหว้สวย ต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และดูเหมือนว่าทำให้อาชีพการงานก้าวกระโดด แต่วันนี้อาจจะหนักกว่านั้น เมื่อเข้าไปดูรายชื่อแล้วพบว่า มีหนึ่งคนที่เคยถูกไล่ออกจากตำแหน่งเลขาธิการองค์กรอิสระแห่งหนึ่ง เพราะถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูล คนนี้ก็ถูกตั้งมาเป็นอนุกรรมการวินิจฉัยฯ เช่นกัน ส่วนที่เหลือตนกำลังตรวจสอบว่าเป็นใคร ถ้าดูตามอาชญวิทยา คนที่เสี่ยงกระทำการทุจริตมากที่สุดคือคนที่เคยทุจริตมาแล้ว
“การทุจริตต้องออกแรง ออกมันสมอง ต้องหาพรรคพวก และมีเวลา แต่วันนี้ถ้าจะล้มคดีฮั้วเลือก สว. คุณอยู่เฉยๆ เดี๋ยวมีใครสักคนตัวย่อ อาจจะเป็น ว. แหวน นำกล้วยไปให้รับประทานเอง ง่าย อย่างนี้จะเอาไหม สังคมจะเชื่อมั่นไหม นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คดีฮั้ว สว. นาน สายลับแจ้งผมแล้วว่า เขาฉลาดเล่นเป็นส่วนๆ ส่วนแรกที่เขาทำสำเร็จแล้วคือตัดพรรคภูมิใจไทยออกแล้ว เหลือตัวคณะกรรมการ ผู้บริหาร สมาชิก เป็นสเต็ป แล้วเล่นชักเย่อระหว่าง กกต. ทำคดีหลัก ดีเอสไอ ทำคดีอาญา กกต. บอกคุณทำคดีอาญาก่อนเลย สั่งไม่ฟ้อง เราจะได้เป็นมูลเขียนวินิจฉัยส่ง กกต. แล้วตัดจบเราจะได้ ฝั่งดีเอสไอบอกคุณสิทำคดีหลัก คุณยกมาเราสั่งไม่ฟ้องทีหลัง แบบนี้ดีกว่า ซึ่งคดีฮั้ว สว. ถ้าไม่มีผมจบไปแล้ว แบบชนิดที่ไม่มีมูลในฝั่งดีเอสไอ และฝั่ง กกต. ดูแล้ว ไต่สวนแล้วไม่พบว่ามีการกระทำผิด ยกคำร้อง” นายภัทรพงศ์ กล่าว
นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นคดี พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หากตนไม่ตามมาถึงขนาดนี้ ไม่มีทางที่คดีจะไปถึงศาลฎีกา และมีคำพิพากษา ทั้งนี้ที่จริงคดีนี้จะส่งคุณสมบัติ “ดอกเตอร์” ซึ่งตนบอกว่าไม่ได้ โดยขอให้ส่งคุณสมบัติ “ศาสตราจารย์” จนสุดท้ายก็ต้องส่งคุณสมบัตินี้ และนำมาสู่การตัดสินคดี ดังนั้นตนขอฝากไปถึง สว.สีน้ำเงิน ทั้งหลาย เห็นหรือยัง และเชื่อตนเถอะว่าเจ้าของค่ายสีน้ำเงินนั้นเขาไม่เคยอุ้มใคร เขาไม่เคยช่วยใคร ให้ดูหมอเกศเป็นตัวอย่าง ทั้งที่เป็นตัวท็อปซีเครต ของรุ่น แต่ถึงเวลาเขาไม่อุ้ม ดังนั้นให้ สว.สีน้ำเงิน กลับตัวกลับใจ เพราะคุณถูกด่า ตั้งแต่วันแรกจนถึงวินาทีนี้ เผื่อใครจะสำนึกได้บ้าง.



