เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ส.ต.อ.เรวัต สุขสอาด ส.ต.อ.จตุรพล คำปัน ส.ต.ท.เอกราช แอบมณีผบ.หมู่ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นางน้ำทิพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ชาวจ.เชียงราย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 590/2569 ลงวันที่ 22 พ.ค.69 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงฯ และข้อหาอื่น ๆ โดยจับกุมได้ที่บริเวณสถานีรถไฟลาดกระบัง แขวงและเขตลาดกระบัง กทม.

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2568 ขณะที่ผู้เสียหายพักอยู่ที่บ้านได้ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านโฆษณาทางเฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่อบัญชีว่า “Mas design picture” มีเนื้อหาเชิญชวนให้เข้าร่วมเรียนรู้การเป็นนายหน้าแอปติ๊กต็อก อ้างว่าสามารถสร้างรายได้สูงถึงเดือนละประมาณ 500,000 บาท พร้อมออกอุบายว่ามีการสอนและให้คำแนะนำฟรี เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อกดเข้าไปที่ลิงก์ที่ในโฆษณาดังกล่าว ก่อนจะมีการแอดไลน์พูดคุยกับตัวแทนบริษัทในขบวนการดังกล่าวเพื่อสร้างความเชื่อใจ จากนั้นได้ชักชวนให้ผู้เสียหายชวนลงทุนจับคู่สินค้าอ้างว่าได้กำไรผลตอบแทนสูง
ต่อมาระยะแรกคนร้ายได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนและผลตอบแทนจนเหยื่อตายใจ โอนเงินลงทุนตามคำแนะนำของกลุ่มคนร้ายหลายครั้ง ต่อมาจะอ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อให้โอนเงินเพิ่ม เช่น การเพิ่มวงเงินลงทุน การยืนยันสิทธิ์ การตรวจสอบ ระบบ และการปลดล็อกบัญชีเพื่อให้สามารถถอนเงินหรือรับผลกำไรได้ เหยื่อจึงได้โอนเงินให้กลุ่มคนร้ายอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 17 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 1,803,195 บาท และหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อคบัญชีที่ถูกระงับ กระทั่งผู้เสียหาย รู้ตัวว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งความผ่านระบบออนไลน์

ต่อมาชุดสืบสวนรับแจ้งจากสายลับทราบว่า นางน้ำทิพย์ ผู้ต้องหา หลบหนีอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว จะเดินทางเข้ามายังกรุงเทพฯ ก่อนเข้าจับกุมตัวไว้ได้จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การอ้างว่า เมื่อช่วงปี 2568 เดินทางไปทำงานยังประเทศกัมพูชา (ปอยเปต) โดยมีเพื่อนชื่อ นายแดง ชักชวนไปทำงานเป็นแม่บ้านในกาสิโน ได้เงินเดือนเดือนละ 8,000-10,000 บาท ขณะนั้นมีชายคนไทยชื่อ นายยีนส์ ชักชวนให้ตนไปเปิดบัญชีธนาคารได้ผลตอบแทน ตนไม่สามารถเปิดบัญชีได้ แต่ตนมีบัตรเอทีเอ็มจึงได้ให้ไป

โดยนายยีนส์รับปากว่าจะให้ค่าตอบแทน 2,000 บาท แต่ตนก็ไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใดและไม่สามารถติดต่อนายยีนส์ได้อีกเลย จึงไม่ทราบว่า นายยีนส์ จะนำบัญชีไปทำธุรกรรมอะไร คนไทยที่ไปอยู่ที่กาสิโน หรือนักเล่นพนันที่ไม่มีพาสสปอร์ตและไม่มีเงินกลับประเทศไทย จะไม่สามารถกลับมายังประเทศไทยได้ ต้องหาเงินประมาณ 13,000 บาท ให้กับคนกัมพูชา หากต้องการกลับมายังประเทศ ไทย และที่ตนกลับมายังประเทศไทยได้เนื่องจากตนมีพาสปอร์ตเข้าออกถูกต้องตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อเรื่องราวที่ผู้ต้องหาให้การ เนื่องจากการใช้บัตร เอทีเอ็มและการรับโอนเงินยังมีความขัดแย้งกับคำให้การของผู้เสียหายและจากการสอบถามข้อมูล ทำให้เชื่อได้ว่าผู้ต้องหาน่าจะเป็นนักเล่นพนัน.



