เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. 2569 ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) พร้อมด้วย พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผบก.ภ.จว.นนทบุรี) และคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีฆาตกรรมอำพรางศพนายอุเทน หรือ “เจี่ย” ที่ถูกโบกปูนใส่ถังนำไปทิ้งในบ่อน้ำ โดยภายหลังการประชุมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณบึงน้ำ (บ่อดินแสงจันทร์) ริมคลองเจ๊ก ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

พล.ต.ต.อรรถพล กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จึงกำชับให้ติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนอย่างใกล้ชิด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ครบทุกคน

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำชับพนักงานสอบสวนให้เร่งสอบปากคำพยานทุกปาก เพื่อพิสูจน์มูลเหตุจูงใจของคดี ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างผู้ต้องสงสัยกับผู้เสียชีวิต ตลอดจนเปรียบเทียบคำให้การของพยานกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ว่ามีความสอดคล้องกันเพียงใด

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจเก็บวัตถุพยาน ทั้งลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อื่น ๆ เพื่อยืนยันว่าบุคคลที่พยานกล่าวอ้างอยู่ในที่เกิดเหตุจริงหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่การเดินทางไปซื้อปูน การเคลื่อนย้ายศพ ตลอดจนพฤติกรรมของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบคราบเลือดและดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นของผู้สูญหายหรือไม่ รวมถึงติดตามวัตถุพยานสำคัญ โดยเฉพาะโซฟาที่ผู้เสียชีวิตนอนอยู่ในขณะเกิดเหตุ ซึ่งถูกนำออกจากจุดเกิดเหตุและนำไปเผาทำลาย

ส่วนภารกิจค้นหาร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้ประสานชุดประดาน้ำเข้าค้นหาในบ่อน้ำ พร้อมทั้งค้นหารถจักรยานยนต์ที่เชื่อว่าถูกนำไปทิ้งในจุดเดียวกัน โดยยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่

สำหรับพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม ขณะที่คำให้การของนายเบิร์ด ซึ่งเป็นพยานสำคัญ จะถูกนำไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล

พล.ต.ต.อรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสอบปากคำพยานแวดล้อมในเบื้องต้น หลายปากให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า “เรื่องผู้หญิง” อาจเป็นแรงจูงใจสำคัญของการก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังคงให้น้ำหนักกับพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก หากผลตรวจคราบเลือด ดีเอ็นเอ และวัตถุพยานต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงผู้ก่อเหตุได้ และสอดคล้องกับคำให้การของพยาน ก็จะเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป