สวัสดีวันหยุด กับสาระยานยนต์ไปกับ “อ้วนซ่า แอบซิ่ง” กับช่วงเวลาที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงร้อนแรง แต่อย่างไรก็ตามทางกระทรวงพลังงานก็ได้ออกมาให้ความมั่นใจว่า ไทยยังคงมีความมั่นคงทางพลังงานต่อไปได้อีก 2 เดือนอย่างแน่นอน ก็ต้องลุ้นกันไปนะขอรับ!
ออกมายืนยันแน่นอนแล้วว่า วันที่ 21 มีนาคม ที่จะถึงนี้จะเป็นฤกษ์เปิดตัวในประเทศไทยของ โตโยต้า แลนด์ ครูเซอร์ “เอฟเจ” (Toyota Land Cruiser FJ) คอมแพ็คออฟโรด ที่ชูแนวคิด ลุยได้จริง ใช้ได้ทุกวัน แต่งสนุก และทนทายาด ในแบบฉบับ แลนด์ ครูเซอร์ พันธ์แท้ โดยรุ่นเปิดตัวนี้จะเป็น รุ่นขุมกำลัง เบนซิน 2.7 ลิตร ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ พาร์ทไทม์ที่แข็งแกร่ง
ไม่มีข้อกังขาใดๆเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของ “เอฟเจ” มันคือรถที่มีพื้นฐานร่วมกันกับกระบะไฮลักซ์ “แชมป์” (Toyota Hilux Champ) แต่ได้นับการขัดเกลาจนออกมาเป็นรถที่สวยดูดี มีรูปลักษณ์ที่ดูแข็งแกร่ง ในสไตล์รถทรงกล่องแต่ดูล้ำสมัยกว่าแลนด์ ครูเซอร์ รุ่นใหญ่คันอื่นๆ แต่กลับเข้าร่วมทีมกับรุ่นพี่ได้อย่างน่าประหลาด นับว่าเป็นรถที่ออกแบบได้โดดเด่นมากคันหนึ่งของโตโยต้า
แต่สิ่งที่นักเลงรถเมืองไทยต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมากก็คือ ตัวเลือกด้านเครื่องยนต์ เหตุใดรถรุ่นนี้ถึงเลือกใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร (2TR-FE) 163 แรงม้า แทนที่จะเป็นดีเซล 2.8 ที่ทรงพลัง?
คำตอบก็คือ “การลดต้นทุน” แต่ต้องบอกว่าเป็นการลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง ที่จะส่งผลดีต่อการมีอยู่ของรถรุ่นนี้ ด้วยเหตุที่ เครื่องยนต์ตัวนี้อยู่ในตลาดมายาวนาน ไม่ใช่เครื่องใหม่ ผ่านการทดสอบจริงมาแล้วในรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ และออฟโรดในทะเลทรายในตะวันออกกลาง และพื้นที่ถุรกันดารในแอฟริกา ดังนั้นจึงไม่ต้องวิจัยเพิ่ม สามารถใช้ไลน์การผลิตเดิมที่มีอยู่ทั่วโลกได้ รวมถึงมีซัพพลายเชนเดิมที่อะไหล่ต่างๆพร้อมใช้เสมอ และไม่ต้องเสียเวลาทดสอบความทนทานใหม่ ทำให้คุมต้นทุนในการพัฒนาได้ดี รวมถึงลดต้นทุนในการอบรมช่าง และการสต๊อกอะไหล่ รวมถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเคลมล๊อตใหญ่ และปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นหลังช่วงการรับประกัน เรียกได้ว่า ทนทานและไร้กังวลไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนในโลกนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้คือปรัชญา “ความทนทาน” และ “เชื่อถือได้” ดังคำที่ว่า “ไปให้ถึง และกลับมาให้ได้” อันเป็นเอกลักษณ์ของ “แลนด์ ครูเซอร์” ที่สืบทอดต่อกันมายาวนานนั่นเอง
ไม่ใช่ว่า เครื่องดีเซล 2.8 ลิตรมันไม่ดี แต่เครื่องเบนซิน 2.7 ลิตรที่ไม่มีเทอร์โบนี้ มันสุดแสนจะเรียบง่าย ไม่เกี่ยงเรื่องคุณภาพน้ำมัน และได้รับการยอมรับมาแล้วทั่วโลก และนอกจากนั้นก็คือตลาดรถยนต์ในญี่ปุ่นเองก็ไม่ค่อยจะนิยมรถดีเซล เท่าไหร่ก็เลยจะขอเปิดตัวรุ่นเบนซินก่อน แต่ถ้าใครจะรอรุ่นดีเซล พวกเขาก็ตั้งเป้าไว้แล้วว่าจะเปิดตัวในปี 2570
สำหรับตลาดของรถรุ่นนี้ แม้ว่าจะเผยว่า ตลาดญี่ปุ่นอาจจะไม่ใช้ตลาดหลัก แต่รถเอฟเจ ก็ดูจะได้รับเสียงตอบรับดีไม่น้อย โดยเป้าหมายหลักของรถที่ผลิตจากเมืองไทยส่งออกไปทั่วโลกคันนี้ก็คือ ไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งในตอนนี้น่าจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน นอกจากนั้นก็จะเป็นตลาดแอฟริกา และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และละตินอเมริกา ซึ่งจากการที่มันใช้เครื่องยนต์รุ่นเก๋ากึ้กนี้ ทำให้มันต้องละทิ้งตลาดยุโรปที่เข้มงวดเรื่องการปล่อยไอเสีย และปริมาณการบริโภคเชื้อเพลิงออกไป
สำหรับตลาดบ้านเราแล้ว ด้วยความทนทานในแบบฉบับโตโยต้า และรูปลักษณ์ที่ยอดเยี่ยม แถมพร้อมกับการดัดแปลงตกแต่งด้วยอุปกรณ์เสริมเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสายแคมป์ หรือสายลุยก็พร้อมหมด ทั้งหมดนี้เรียกว่าลูกค้าพร้อมจะต่อคิวจอง และถ้าถามถึงราคา แม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดราคาอย่างเป็นทางการ แต่ก็คาดว่าจะไม่ต่ำกว่าล้านบาทแน่นอน แต่ไม่น่าจะขึ้นไปเทียบชั้นกับ ฟอร์จูเนอร์
ถ้าใครมองหารถสไตล์นี้อยู่ เอาเป็นว่ารอดูวันที่ 21 มีนาคมที่จะถึงก็แล้วกันว่า ราคาจะเป็นเช่นไร นะขอรับ!









