CHANGAN Automobile (ฉางอาน) ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2026 มุ่งยกระดับจาก “ผู้เข้าตลาด” สู่ “ผู้นำตลาด” อย่างเต็มตัว ด้วยเป้าหมายยอดขาย 30,000 คัน และการก้าวขึ้นสู่กลุ่มท็อป 3 แบรนด์รถยนต์จีนชั้นนำในประเทศไทย

ไฮไลต์สำคัญของการแถลงข่าวครั้งนี้ คือการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ‘CHANGAN NEVO’ อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “The Smart Mobility Home” มุ่งเจาะกลุ่มครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในตลาดแมส ชูจุดเด่นด้านความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความคุ้มค่า โดยจะเข้ามาเสริมทัพร่วมกับแบรนด์ DEEPAL ที่เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่และเทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งทั้งสองแบรนด์จะครอบคลุมช่วงราคาตั้งแต่ 400,000 – 1,400,000 บาท ผ่านกลยุทธ์ “Dual-Brand Synergy” เพื่อสร้างความแตกต่างและส่งเสริมซึ่งกันและกัน

นายเติ้ง จื้อเทา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงความสำเร็จในระดับสากลว่า โรงงานฉางอาน จังหวัดระยอง ซึ่งเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ได้กลายเป็นฐานการผลิตรถพวงมาลัยขวาที่สำคัญ โดยสามารถส่งออกรถยนต์ล็อตแรกไปยังยุโรปได้สำเร็จเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตอกย้ำแนวคิด “Made in Thailand, Sold Globally” ขณะที่ภาพรวมระดับโลก ฉางอานเพิ่งฉลองยอดการผลิตทะลุ 30 ล้านคัน ก้าวขึ้นสู่ Top 10 ผู้ผลิตรถยนต์ของโลกอย่างภาคภูมิใจ

สำหรับกลยุทธ์ในปี 2026 ฉางอานมุ่งเน้นการยกระดับ “คุณภาพ” เหนือ “ปริมาณ” ผ่าน 5 แนวทางหลัก

  1. Dual-Brand Synergy: ผนึกกำลัง DEEPAL และ NEVO เจาะกลุ่มลูกค้าที่แตกต่าง
  2. Sustainable Product Matrix: โฟกัสรุ่นหลักอย่าง Lumin, DEEPAL S05, New S07 และ Nevo Q05 ซึ่งจะเป็นตัวเร่งเครื่องยอดขายในปีนี้ พร้อมแผนเปิดตัว SUV รุ่นใหม่อีก 2 รุ่นในปี 2027
  3. Service System: ยกระดับบริการหลังการขาย ตั้งเป้าอัตราซ่อมสำเร็จครั้งแรกเกิน 93% และจัดตั้งศูนย์เทคนิคด้าน “Battery, E-drive และ E-control” ครั้งแรกในไทย
  4. Enhance Trust-Based Relationships: พัฒนาคอมมูนิตี้ผู้ใช้ “withU” เปลี่ยนลูกค้าให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์
  5. Channel Strategy: ขยายเครือข่ายดีลเลอร์ให้ครบ 100 แห่ง ครอบคลุม 60 จังหวัด ภายใต้มาตรฐานโชว์รูม CHANGAN 4.0

ทั้งนี้ ฉางอานยืนหยัดในการดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืน โดยประกาศชัดเจนว่าจะไม่ขยายธุรกิจอย่างไร้เหตุผล และไม่เน้นการแข่งขันด้วยสงครามราคา แต่จะมุ่งสร้างคุณค่าผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพและระบบบริการที่เปี่ยมคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวไทยในระยะยาว