วันที่ 8 พ.ค. 69 เวลา 15.30 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พา น.ส.แก้ว อายุ 24 ปี แม่ผู้ใจสลาย ลูกสาว 3 ขวบ ถูก น.ส.ส้ม พี่เลี้ยงอายุ 29 ปี สลับตัวไปตั้งแต่วัย 5 เดือน ต้องเลี้ยงลูกคนอื่นมาตลอด 3 ปี และไม่รู้ชะตากรรมลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองที่ถูก น.ส.ส้ม พี่เลี้ยงอ้างว่าเอาไปให้สองสามีภรรยาชาวเมียนมาจะเป็นอย่างไร เดินทางไปที่ สภ.บางละมุง
เนื่องจากหลังสื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวออกไป น.ส.เมย์ แม่ของเด็กที่ น.ส.แก้ว เลี้ยงอยู่ ได้ติดต่อมาจะขอรับลูกคืน จึงได้นัดหมายมาเจรจากันในวันนี้ โดยมี พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ กาสา สว.สส. และนางสาวสุทธินี นุชนารถ หัวหน้าบ้านพักเด็กฯ ชลบุรี นายพิเชฐ ธรรมโหร ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง นายพีรพงศ์ สามปรุ ปลัดอำเภอบางละมุง ร่วมเป็นสักขีพยาน
แม่ใจสลาย! ร้อง ‘ปวีณา’ จี้รื้อคดีสลับตัวเด็ก หวังตามหาลูกตัวจริงกลับคืน
ขณะที่วันนี้ ที่ศาลจังหวัดพัทยา ศาลอุทธรณ์ อ่านคำพิพากษาในคดีที่ น.ส.ส้ม พี่เลี้ยงเด็กถูกดำเนินคดีนำลูกของ น.ส.แก้ว ไป ในข้อหา “ค้าเด็กที่ถูกพรากเพื่อหากำไร” ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คือ พิพากษาให้จำเลยรับโทษจำคุก 10 ปี แต่จำเลยรับสารภาพอันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 5 ปี
ด้าน พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ กาสา สว.สส.สภ.บางละมุง ไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับ น.ส.ส้ม ที่ศาลจังหวัดพัทยา กรณีที่นำลูกของ น.ส.แก้ว ไปให้ใคร และอยู่ที่ใด ซึ่งจะได้เร่งติดตามตัวเด็กกลับคืนสู่อ้อมอกแม่โดยเร็ว โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป.



