เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณอดีตสถานีรถไฟบ้านนิเถะ หมู่บ้านหนองปลาดง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายมรณะสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังเกิดปรากฏการณ์ซากสถานีรถไฟและรางรถไฟโผล่พ้นน้ำให้เห็นอย่างชัดเจน ภายหลังการระบายน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณเพื่อดำเนินการซ่อมบำรุงและเสริมความมั่นคงของเขื่อน
พื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นสถานีรถไฟขนาดใหญ่และจุดสำคัญของเส้นทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งเชลยศึกและแรงงานจากหลายประเทศถูกเกณฑ์มาร่วมก่อสร้างในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีผู้เสียชีวิตจากความเจ็บป่วย ความอดอยาก และสภาพการทำงานอันยากลำบากเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด นายจันทรา อายุ 65 ปี ชาวมาเลเซีย พร้อมคณะเพื่อนร่วมเดินทางกว่า 30 คน ได้เดินทางมาเยี่ยมชมและศึกษาประวัติศาสตร์บริเวณอดีตสถานีรถไฟบ้านนิเถะ โดยทันทีที่เดินทางมาถึง สมาชิกหญิงคนหนึ่งในคณะได้ก้มลงกราบบริเวณแนวเส้นทางรถไฟสายมรณะ พร้อมหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งและอาลัยต่อบรรพบุรุษที่เคยถูกเกณฑ์มาสร้างทางรถไฟแห่งนี้ ก่อนจะอธิษฐานขอพรและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ
นายจันทรา เปิดเผยว่า การเดินทางครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของทางรถไฟสายมรณะ และติดตามร่องรอยสถานที่จริงที่เกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษของชาวมาเลเซียที่เคยถูกเกณฑ์มาปฏิบัติงานในพื้นที่ดังกล่าว โดยคณะได้เดินทางด้วยรถไฟจากประเทศมาเลเซีย ผ่านหาดใหญ่ กรุงเทพฯ และกาญจนบุรี รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากสงคราม
เขาระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับ มีชาวมาเลเซียจำนวนมากถูกเกณฑ์มาร่วมก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะ และมีเพียงส่วนน้อยที่รอดชีวิตกลับประเทศ หนึ่งในผู้รอดชีวิตซึ่งเคยมีส่วนร่วมในการก่อสร้างทางรถไฟ ได้เสียชีวิตเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ในวัย 97 ปี

นายจันทรา กล่าวว่า การมาเยือนในครั้งนี้ยังเป็นการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำกลับไปหารือกับเครือญาติและกลุ่มผู้สืบเชื้อสาย เพื่อหาแนวทางจัดพิธีทำบุญและอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่เสียชีวิตระหว่างการก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะ โดยตนเองเคยเดินทางมายังพื้นที่แห่งนี้แล้วถึง 9 ครั้ง และรู้สึกยินดีที่ได้เห็นซากสถานีรถไฟบ้านนิเถะปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทำให้สามารถศึกษาประวัติศาสตร์จากสถานที่จริงได้อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ นายจันทรา ยังกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการปรากฏของซากสถานีรถไฟบ้านนิเถะ ซึ่งทำให้ตนเองและกลุ่มเพื่อนชาวมาเลเซียได้รับทราบข้อมูลและตัดสินใจเดินทางมาเยือนพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้อีกครั้ง



