เมื่อวันที่ 7 มี.ค.นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือ “หมอเจด” (Dr.JADE) เป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความลงในเพจหมดเจด ระบุว่า
ใครที่รู้สึกว่าตัวเองแสบร้อนกลางอก เรอบ่อย แน่นท้อง กินยาลดกรดก็แล้ว แต่ยังกลับมาเป็นซ้ำ ๆ หลายคนโฟกัสแค่ว่าอาการที่เป็นอยู่เกิดจากกรดที่เยอะเกินไป แต่กรดไหลย้อนเรื้อรังส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากกรดแรงอย่างเดียวครับ แต่เกิดจาก “ระบบย่อยและหูรูดหลอดอาหารอ่อนแรง” รวมถึงสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ที่เสียไปด้วย และถ้าขาด 3 สิ่งนี้ ต่อให้กินยาก็แค่กดอาการชั่วคราวเท่านั้น แล้วก็กลับมากำเริบใหม่ได้อีกครับ
ก่อนอื่นมาเช็กกันว่าใครกำลังมีอาการแบบนี้อยู่บ้าง ?
1 กินนิดเดียวก็แน่น อืด เหมือนอาหารค้างอยู่ในท้องนานผิดปกติ
นี่อาจบอกว่าการบีบตัวของกระเพาะช้าลง อาหารอยู่ในท้องนานแรงดันในกระเพาะสูงขึ้น กรดจึงดันย้อนขึ้นหลอดอาหารได้ง่าย หลายคนมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมเยอะ เรอบ่อย โดยเฉพาะหลังกินของมันหรือมื้อใหญ่ ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ ผนังหลอดอาหารจะระคายเคืองเรื้อรัง เสี่ยงหลอดอาหารอักเสบและคุณภาพชีวิตแย่ลงแบบไม่รู้ตัวครับ
.
2 เรอเปรี้ยว เรอขม โดยเฉพาะหลังมื้อหนักหรือมื้อดึก
เมื่อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างปิดไม่สนิท กรดและแก๊สจะย้อนขึ้นมาได้ง่าย ยิ่งกินอิ่มจัดหรือเอนตัวเร็วอาการยิ่งชัด บางคนมีอาการแสบคอ เสียงแหบ ไอเรื้อรังตอนกลางคืน หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนติดคอ ซึ่งจริง ๆ มันคือกรดที่ย้อนขึ้นมาระคายเคือง ถ้าเกิดเป็นบ่อย ๆ ระวังเสี่ยงแผลในหลอดอาหาร และรบกวนการนอนหลับ ทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่นะ
.
3 เป็น ๆ หาย ๆ แม้จะเลี่ยงของเผ็ดแล้ว
บางคนงดพริก งดกาแฟก็แล้ว แต่อาการยังไม่ดีขึ้น นั่นเพราะต้นเหตุอาจอยู่ที่ลำไส้แปรปรวน จุลินทรีย์เสียสมดุล ทำให้เกิดแก๊สเยอะและเพิ่มแรงดันในช่องท้อง ยิ่งเราเครียดพักผ่อนไม่พอหรือกินอาหารแปรรูปบ่อย สมดุลลำไส้จะยิ่งเสีย ทำให้กรดไหลย้อนเป็นวงจรซ้ำ ๆ แม้จะพยายามเลี่ยงอาหารกระตุ้นแล้วก็ตาม
.
4 ต้องพึ่งยาลดกรดต่อเนื่อง
ยาลดกรดช่วยบรรเทาได้นะ แต่อาจทำให้กรดต่ำเกินไปในระยะยาว ส่งผลให้ย่อยโปรตีนไม่ดี ดูดซึมแร่ธาตุบางชนิดได้ลดลง และสมดุลจุลินทรีย์เปลี่ยนได้ บางคนหยุดยาเมื่อไรอาการเด้งกลับแรงกว่าเดิม เพราะร่างกายยังไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ถ้าต้องใช้ยานาน ๆ ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์และหาทางปรับพฤติกรรมควบคู่กันไปเสมอครับ
กรดไหลย้อนเรื้อรังไม่ดีขึ้น ถ้าขาด 3 อย่างนี้!
• มีระบบย่อยที่แข็งแรง – เคี้ยวช้า ไม่กินเร็ว ไม่กินจนอิ่มแน่น เว้นระยะก่อนนอนอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง
• กล้ามเนื้อหูรูดก็ต้องแข็งแรง – คอยคุมน้ำหนัก และลดไขมันหน้าท้อง
• รักษาสมดุลจุลินทรีย์ลำไส้ให้ดี – แนะนำให้เพิ่มโพรไบโอติกจากอาหารหมัก หรือเสริมอย่างเหมาะสม เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยตัดวงจรกรดไหลย้อนซ้ำซากได้
เพราะกรดไหลย้อน ไม่ใช่แค่เรื่องกรดที่มีมากเกินไปครับ แต่เป็นเรื่องแรงดันในช่องท้อง ระบบย่อยที่ช้า และลำไส้ที่เสียสมดุล ถ้าไม่ฟื้นฐานรากเหล่านี้ อาการจะวนกลับมาเรื่อย ๆ อย่ารอให้แสบอกจนชิน หรือคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะการอักเสบเรื้อรัง เพิ่มความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนได้ ถ้าใครที่อยากเริ่มปรับกรดไหลย้อนเรื้อรังตั้งแต่วันนี้พิมพ์ “22” ได้เลยครับ



