สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐกล่าวหาว่า แนวทางการรับนักศึกษาของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยดุ๊ก มีอคติโดยให้ความสำคัญกับผู้สมัครเข้าเรียนผิวสีหรือมีเชื้อสายฮิสแปนิก โดยอ้างอิงถึงผลการสอบสวนของรัฐบาลกลาง

“คณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยดุ๊ก ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางเชื้อชาติในการรับนักศึกษา และผู้สมัครเข้าเรียนผิวสีหรือมีเชื้อสายฮิสแปนิก มีโอกาสได้รับการตอบรับเข้าเรียนสูงกว่าผู้สมัครผิวขาวหรือชาวเอเชีย ที่มีคุณวุฒิทางการวิชาการระดับเดียวกันอย่างมาก” กระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุเพิ่มเติมว่า ทางกระทรวงพยายามหาข้อตกลงยุติปัญหาโดยสมัครใจ

ขณะที่มหาวิทยาลัยดุ๊ก ระบุว่า มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย และจะดำเนินการต่อไปในลักษณะที่สอดคล้องกับพันธกิจทางการวิชาการ พร้อมกับเสริมว่า ทางมหาวิทยาลัยกำลังพิจารณาจดหมายจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ

ในปีนี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐกล่าวหาในลักษณะเดียวกัน เกี่ยวกับแนวทางการรับนักศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ ต่อมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย และมหาวิทยาลัยเยล ซึ่งมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งระบุว่า แนวทางของพวกเขาตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสามารถ

อีกด้านหนึ่ง กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐ ระบุว่ากำลังสอบสวนมหาวิทยาลัยซานโฮเซ และมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เกี่ยวกับการประท้วงสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ แม้ทั้งสองมหาวิทยาลัยประณามการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ รวมถึงการต่อต้านชาวยิวและความเกลียดกลัวต่อศาสนาอิสลามก็ตาม

อนึ่ง ทรัมป์มุ่งเป้าไปยังมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ด้วยการสอบสวนและการข่มขู่ระงับเงินทุนสนับสนุน เนื่องจากการประท้วงสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ โครงการริเริ่มด้านความหลากหลาย นโยบายเกี่ยวกับคนข้ามเพศ และโครงการด้านสภาพอากาศ ซึ่งนำไปสู่ความกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพในการพูด กระบวนการยุติธรรม และเสรีภาพทางวิชาการ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS