สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐกล่าวหาว่า แนวทางการรับนักศึกษาของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยดุ๊ก มีอคติโดยให้ความสำคัญกับผู้สมัครเข้าเรียนผิวสีหรือมีเชื้อสายฮิสแปนิก โดยอ้างอิงถึงผลการสอบสวนของรัฐบาลกลาง
“คณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยดุ๊ก ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางเชื้อชาติในการรับนักศึกษา และผู้สมัครเข้าเรียนผิวสีหรือมีเชื้อสายฮิสแปนิก มีโอกาสได้รับการตอบรับเข้าเรียนสูงกว่าผู้สมัครผิวขาวหรือชาวเอเชีย ที่มีคุณวุฒิทางการวิชาการระดับเดียวกันอย่างมาก” กระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุเพิ่มเติมว่า ทางกระทรวงพยายามหาข้อตกลงยุติปัญหาโดยสมัครใจ
ขณะที่มหาวิทยาลัยดุ๊ก ระบุว่า มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย และจะดำเนินการต่อไปในลักษณะที่สอดคล้องกับพันธกิจทางการวิชาการ พร้อมกับเสริมว่า ทางมหาวิทยาลัยกำลังพิจารณาจดหมายจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ
US scrutinizes more schools over admissions practices, diversity and pro-Palestinian protests https://t.co/RiR29LqwLq https://t.co/RiR29LqwLq
— Reuters (@Reuters) August 6, 2026
ในปีนี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐกล่าวหาในลักษณะเดียวกัน เกี่ยวกับแนวทางการรับนักศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ ต่อมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย และมหาวิทยาลัยเยล ซึ่งมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งระบุว่า แนวทางของพวกเขาตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสามารถ
อีกด้านหนึ่ง กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐ ระบุว่ากำลังสอบสวนมหาวิทยาลัยซานโฮเซ และมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เกี่ยวกับการประท้วงสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ แม้ทั้งสองมหาวิทยาลัยประณามการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ รวมถึงการต่อต้านชาวยิวและความเกลียดกลัวต่อศาสนาอิสลามก็ตาม
อนึ่ง ทรัมป์มุ่งเป้าไปยังมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ด้วยการสอบสวนและการข่มขู่ระงับเงินทุนสนับสนุน เนื่องจากการประท้วงสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ โครงการริเริ่มด้านความหลากหลาย นโยบายเกี่ยวกับคนข้ามเพศ และโครงการด้านสภาพอากาศ ซึ่งนำไปสู่ความกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพในการพูด กระบวนการยุติธรรม และเสรีภาพทางวิชาการ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



