เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 69 ที่ จ.ภูเก็ต นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) มีมติเพิกถอนรายชื่อผู้สอบผ่านแต่มีคะแนนผิดปกติจำนวน 5,925 ราย ว่า วันนี้จะมีการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านประมาณ 50,000 คน สู่สาธารณะ จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการกับผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ที่ถูกเพิกถอนรายชื่อ โดยจะแยกเป็นรายจังหวัดและส่งให้ ก.จังหวัด พิจารณา ก่อนส่งต่อไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกแห่งที่มีการบรรจุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการเพิกถอนต่อไป ทั้งนี้ ที่ประชุม ก.กลาง ได้กำหนดให้การเพิกถอนผู้ที่มีปัญหาแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค. นี้

เมื่อถามว่า รายชื่อที่จะประกาศในวันนี้จะสามารถบรรจุทดแทนผู้ที่ถูกเพิกถอน 5,925 รายได้เมื่อใด นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอให้กระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จ รวมถึงรอบัญชีผู้สอบผ่านและตำแหน่งว่างที่เกิดจากการเพิกถอน ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในการบริหารจัดการบัญชี คาดว่าอาจเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือน ต.ค. นี้ แต่ต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง

เมื่อถามว่า สถ. มีแนวทางรองรับกรณีผู้ที่ถูกเพิกถอนใช้สิทธิทางศาลอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า กรมมีทีมกฎหมายติดตามเรื่องนี้ และยืนยันว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะทุกอย่างดำเนินการบนข้อเท็จจริงและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ อีกทั้ง สถ. ได้ส่งหลักฐานไปยังแต่ละจังหวัด เพื่อให้ผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถตรวจสอบได้

กรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ออกมาตั้งข้อสังเกต ในสมัยที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เข้ามาเกี่ยวข้องกับการยกเลิกการจัดจ้างมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้จัดสอบข้าราชการท้องถิ่น จนนำไปสู่การทุจริตที่ร้ายแรงกว่าเดิมนั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพูดข้อเท็จจริงให้ครบ ย้อนกลับไปในช่วงที่มหาวิทยาลัยบูรพาชนะการประกวดราคา ได้มีการร้องเรียนเรื่องการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบท้องถิ่น ซึ่งเกิดขึ้นจริงและมีหลักฐานพิสูจน์ได้ เมื่อเรื่องดังกล่าวปรากฏขึ้น นายอนุทินมีความห่วงใย และสั่งการให้ตรวจสอบ เพื่อให้การสอบครั้งนี้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ขณะนั้น สถ. ได้เพิ่มเงื่อนไขความรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา หากเกิดการทุจริตเกี่ยวกับกระบวนการสอบ ขณะเดียวกัน กรมบัญชีกลางก็เห็นควรให้ยกเลิกการจัดจ้าง ไม่ใช่เป็นเพียงความต้องการของ สถ. ฝ่ายเดียว เพราะเมื่อมีการลงนามสัญญาแล้ว จะยกเลิกโดยไม่มีเหตุผลไม่ได้ หากจะพูดเรื่องนี้ก็ขอให้พูดให้ครบทั้งหมด เพราะเชื่อว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้

“ผมขออธิบายง่าย ๆ ถ้าเราต้องการปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินการไปโดยไม่มีการป้องกัน ก็แค่ปล่อยให้การสอบเป็นไปตามปกติ แล้วจะต้องเซ็น MOU กับ 5 หน่วยงานทำไม เพื่อนำเรื่องมาตรวจสอบ จะไปขอความร่วมมือจาก ป.ป.ช. ป.ป.ท. และ ปปป. มาทำไม ถ้าเราไม่ได้มีเจตนาดีจริง ๆ ผมคิดว่าทุกอย่างพิสูจน์ได้ ไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนเรื่องนี้จะเป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่ ต้องไปถามผู้ที่ออกมาพูด เพราะผมทำงานโดยไม่ได้นำเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง ยึดหลักข้อเท็จจริง และทุกสิ่งที่พูดสามารถพิสูจน์ได้ทั้งหมด”