สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ เรื่องการอนุมัติฉุกเฉินและเป็นกรณีพิเศษ ในการขายปลอกระเบิดขนาด 1,000 ปอนด์ หรือ 450 กิโลกรัม จำนวน 12,000 ชิ้น ให้แก่อิสราเอล คิดเป็นมูลค่าประมาณ 151.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,823.44 ล้านบาท)
แถลงการณ์ระบุด้วยว่า การขายอาวุธครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของอิสราเอล ในการรับมือกับภัยคุกคามทั้งในปัจจุบันและอนาคต เสริมความแข็งแกร่งในการป้องกันประเทศ และทำหน้าที่เป็นปัจจัยยับยั้งภัยคุกคามในภูมิภาค
นอกจากยุทโธปกรณ์แล้ว ข้อตกลงดังกล่าวยังรวมถึงบริการสนับสนุนด้านวิศวกรรม โลจิสติกส์ และเทคนิคจากรัฐบาลสหรัฐและบริษัทคู่สัญญา
โดยปกติ การขายอาวุธของสหรัฐให้แก่รัฐบาลต่างประเทศต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส แต่ครั้งนี้นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ใช้อำนาจในการยกเว้นเพื่อข้ามขั้นตอนของสภาคองเกรส ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับสมาชิกรัฐสภาบางส่วน ทั้งจากพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐชี้แจงว่า มีการพิจารณาและให้เหตุผลอย่างละเอียดแล้วว่ามี “สถานการณ์ฉุกเฉิน” ซึ่งจำเป็นต้องอนุมัติการขายยุทโธปกรณ์และบริการด้านกลาโหมให้แก่อิสราเอล “ทันที” เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ตามกฎหมายควบคุมการส่งออกอาวุธ.
เครดิตภาพ : REUTERS



