เมื่อวันที่ 7 มี.ค. นางบุญญารัตน์ ทีฆะ อายุ 62 ปี ชาวบ้านตำบลเจียด อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.เผย วงษ์คำชัย รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ม่วงเฒ่า เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง หลังพบว่าเถ้ากระดูกของพ่อและสามีที่บรรจุไว้ในกำแพงวัดถูกรื้อถอนออกไปโดยไม่แจ้งให้ทราบ
นางบุญญารัตน์ เปิดเผยว่า ครอบครัวได้ซื้อที่บรรจุอัฐิในกำแพงวัดไว้ในราคา 3,000 บาท เพื่อเก็บเถ้ากระดูกของพ่อที่เสียชีวิตเมื่อ 22 ปีก่อน และสามีที่เสียชีวิตเมื่อ 14 ปีที่แล้ว โดยมาทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้สม่ำเสมอ จนกระทั่งวันมาฆบูชาที่ผ่านมา น้องสาวได้เดินทางไปทำบุญแต่กลับพบภาพที่น่าตกใจ เมื่อช่องบรรจุอัฐิเดิมของครอบครัวถูกเปลี่ยนเป็นเถ้ากระดูกของบุคคลอื่น ส่วนอัฐิเดิมของพ่อและสามีอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย

“คนตายไปแล้วก็ยังถูกรังแก” นางบุญญารัตน์กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ พร้อมระบุว่า ตนเสียใจมากที่เจ้าอาวาสแอบนำอัฐิไปทิ้งโดยไม่ถามความสมัครใจ และเชื่อว่ามีการสมรู้ร่วมคิดเพื่อนำที่ว่างไปขายต่อให้คนอื่น เมื่อไปสอบถามเจ้าอาวาสกลับได้รับคำตอบเพียงว่า “ไม่รู้ไม่ชี้” และแบ่งรับแบ่งสู้ ทำให้ตนไม่รู้จะไปตามหาเถ้ากระดูกของบุคคลอันเป็นที่รักได้จากที่ไหน จึงต้องตัดสินใจพึ่งกฎหมายเพื่อทวงความยุติธรรม
ด้าน นายชาญชัย ทองทับ กำนันตำบลเจียด ระบุว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านจริง และจากการสอบถามเบื้องต้น เจ้าอาวาสยอมรับว่าเป็นคนนำอัฐิชุดเก่าออกไป เพื่อให้ญาติของผู้เสียชีวิตรายใหม่นำมาบรรจุแทนที่ แม้จะพยายามไกล่เกลี่ยแล้วแต่ทางญาติผู้เสียหายยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะเป็นการทำลายจิตใจอย่างรุนแรง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน และเตรียมเรียกตัวเจ้าอาวาสรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป




