เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ห้องประชุมสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแพร่ นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 3 น.ส.สาริสา รอดถาวร ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ นายจักรกริช พลดาหาญ รองผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตภ.9) นายอนุชา สัตยดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดแพร่ นายชาญชัย แก้วประดับ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ (DSI) นายธีรพงษ์ ธงออน ผู้แทนธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ พร้อมคณะติดตามโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ ร่วมฟังสรุปสถานการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ ที่ผู้รับเหมากำลังทิ้งงาน โดยมีนายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ผู้รับผิดชอบโครงการ เป็นประธานในที่ประชุม

‎โดยโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ ได้รับงบประมาณจากสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงินรวม 657,115,400 บาท มีการจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และได้ว่าจ้าง บริษัท อัครกร ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ร่วมกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินการก่อสร้างในวงเงิน 539,995,000 บาท กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2564 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2567 ต่อมาได้รับการขยายระยะเวลาเพิ่มอีก 554 วัน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ถึงวันที่ 19 กันยายน 2568

อย่างไรก็ตาม เมื่อครบกำหนดพบว่าโครงการมีความก้าวหน้าเพียงร้อยละ 25.13 เท่านั้น ขณะที่มีการเบิกจ่ายเงินล่วงหน้าร้อยละ 15 เป็นเงินกว่า 81 ล้านบาท และมีการเบิกจ่ายงวดงานแล้ว 36 งวด รวมกว่า 63 ล้านบาท คงเหลืองานอีก 201 งวด มูลค่ากว่า 395 ล้านบาท พร้อมค่าปรับวันละ 539,995 บาท

‎นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 3 กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า บริษัทผู้รับจ้างเริ่มขนย้ายคนงานและอุปกรณ์ออกจากพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งเชื่อว่าอาจเข้าข่ายการทิ้งงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการยกเลิกสัญญาและเตรียมหาผู้รับจ้างรายใหม่ พร้อมตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับงบประมาณของรัฐ รวมถึงตรวจสอบความสอดคล้องของเนื้องานกับงบประมาณที่มีการเบิกจ่ายไปแล้ว

ขณะที่ผู้รับจ้างชี้แจงว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบสถานการณ์โควิด-19 ปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน และขั้นตอนระบบราชการบางประการ ส่งผลให้การก่อสร้างล่าช้า ทั้งนี้โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการสำคัญของจังหวัดแพร่ ซึ่งหากเกิดการทิ้งงานจริง จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาพื้นที่และงบประมาณภาษีของรัฐอย่างมาก.